สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันอังคาร มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “พื้นฐานอันเป็นแกนกลาง” ของสันติภาพและอธิปไตยแห่งชาติ กำลังเผชิญกับความเสี่ยง หากประชาคมโลก “ยังคงพยายามเอาอกเอาใจ” รัสเซีย ซึ่งเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า รัสเซียกำลังเชื่อว่า ประชาคมโลกจะ “เหนื่อยหน่ายไปเอง” จนเป็นการเปิดโอกาสให้ยูเครนถูกทำลายจนย่อยยับต่อไป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หมายความว่า จะไม่มีหลักประกันให้กับอธิปไตยของประเทศใดอีกต่อไป เนื่องจากรัสเซีย “คืออุปสรรคของสันติภาพ”

นอกจากนี้ ไบเดนยืนยันว่า รัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรจะให้ความสนับสนุนยูเครนต่อไป เพื่อขับไล่รัสเซียออกจากแผ่นดิน ซึ่งอยู่ภายใต้อธิปไตยของยูเครน และเรียกร้องให้รัฐบาลมอสโก “แสดงความรับผิดชอบ” ด้วยการยุติสงครามครั้งนี้

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ฟังการแถลงของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ที่การประชุมสมัชชายูเอ็น ครั้งที่ 78 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม การกล่าวต่อยูเอ็นจีเอของไบเดนครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการที่ ผู้นำจีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมเอง แต่ส่งผู้แทนระดับสูงมาแทน เท่ากับว่า สหรัฐเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เพียงแห่งเดียว ที่ผู้นำประเทศเข้าร่วมการประชุมใหญ่ยูเอ็นครั้งนี้ด้วยตัวเอง


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงต่อยูเอ็นจีเอครั้งนี้ด้วย มีเนื้อหาสำคัญ ยังคงเป็นการประณามปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย และเรียกร้องทุกฝ่ายร่วมกันยืนหยัดต่อสู้กับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ของรัฐบาลมอสโก และกล่าวว่า เบลารุส “ถูกกลืนกินไปแล้ว” ขณะที่คาซัคสถานและอีกหลายประเทศในกลุ่มบอลติก “อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกับยูเครน”.

เครดิตภาพ : AFP