เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานเปิดงานวิชาการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ โรงแรมอัลวาเรซ (เทพนคร) จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้กับโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จำนวน 132 โรงเรียน และผลงานดีเด่นด้าน Coding “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 2 ของผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู จำนวน 60 ผลงาน รวมทั้งสิ้น 192 ผลงาน และเยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลงานวิชาการ จำนวน 13 โรงเรียน (12 บูธ) โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย นายจำเริญ แหวนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ สสวท. ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ ผอ.ศูนย์การศึกษาประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครู และนักเรียน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 78 เขต พร้อมด้วยนักวิชาการจากสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา จำนวนกว่า 500 คน
.
นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีนโยบายในการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน สพฐ. QUICK POLICY 2565 ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง ฯ 2560) ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ความสามารถ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านการลงมือปฏิบัติและประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน ให้ครูนำแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มาใช้ออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวม โดยมีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน 14 ด้าน ดังนี้โรงเรียนต้นแบบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

โรงเรียนต้นแบบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน

โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21

โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ใช้ Soft Power เป็นสื่อหรือสถานการณ์การเรียนรู้

โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้ STEAM ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG

โรงเรียนต้นแบบการออกแบบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพหุปัญญา

โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เชิงรุก

โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย

โรงเรียนการพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทยเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้

โรงเรียนต้นแบบด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

โรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกภาษาต่างประเทศที่สอง

โรงเรียนต้นแบบด้านการจัดกิจกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน

โรงเรียนต้นแบบห้องเรียนกีฬา

โรงเรียนต้นแบบการดำเนินกิจกรรมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC: YOUTH COUNSELOR)
.
นอกจากนี้มีการคัดเลือกผลงานดีเด่นด้าน Coding “CODING Achievement Awards” ครั้งที่ 2 จำนวน 60 ผลงาน ได้แก่ 1. ผลงานผู้บริหารสถานศึกษาดีเด่น จำนวน 10 ผลงาน 2. ผลงานศึกษานิเทศก์ดีเด่น จำนวน 10 ผลงาน 3. ผลงานครูดีเด่น จำนวน 40 ผลงาน ประกอบด้วย Unplugged Coding ระดับประถมศึกษา จำนวน 10 ผลงาน Unplugged Coding ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 10 ผลงาน Plugged Coding ระดับประถมศึกษา จำนวน 10 ผลงาน และ Plugged Coding ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 10 ผลงาน
.
นางเกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงศึกษาธิการ คือ กระทรวงที่ขับเคลื่อนในการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง ฉะนั้น การศึกษาหาความรู้ของครูจะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน ครูใช้กระบวนการสอนและทัศนคติที่ดี ลงสู่พฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ เพื่อนำมาพัฒนาผู้เรียนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุข ดังนโยบายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ดังนั้น การพัฒนาผู้เรียนนอกจากจะขับเคลื่อนด้วยความรู้แล้ว ยังต้องบ่มเพาะให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาถักทอเป็นความรอบรู้จนเกิดเป็นสมรรถนะ งานวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเผยแพร่การจัดการเรียนการสอนที่ดีแสดงถึงโอกาสทางการศึกษาที่นักเรียนได้รับเชิงประจักษ์ ผ่านผู้บริหารการศึกษาในระดับเขตพื้นที่ ลงสู่สถานศึกษา ครูทั้งระบบ รวมถึงการวัดและประเมินผลจึงอยากบอกทุกท่านที่อยู่ในงานในวันนี้ว่า Best practice ที่ปรากฏอยู่ในงานวันนี้เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
.
“ขอชื่นชมกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่เน้นให้นักเรียนได้คิด ลงมือปฏิบัติ สื่อสารสร้างความเข้าใจ อาทิ CODING เป็นกระบวนการสอนที่ทำให้นักเรียนมีตรรกะ คิดเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่ง CODING สามารถบูรณาการได้กับทุกวิชา และที่สำคัญสามารถวัดและประเมินผลด้วยการลดภาระงาน แล้วสามารถประเมินได้หลายวิชา ด้วยเพียง 1 ชิ้นงาน ส่วนวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง เมื่อนักเรียนจบการศึกษาไปจะเป็นสิ่งที่ติดตัวนักเรียนไปให้สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะฉะนั้น จุดมุ่งหมายในการสอน จะสอนอย่างไรให้นักเรียนสามารถนำทักษะ สมรรถนะ คุณลักษณะ ติดตัวไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้ สพฐ.ได้ขับเคลื่อนการจัดค่าย Obec Youth Camp ซึ่งเป็นค่ายต้นแบบในการสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยวิทยากรผู้มากความสามารถ รวมทั้งให้นักเรียนได้ลงพื้นที่ในชุมชนและนำปัญหาจากชุมชนมาลงมือปฏิบัติจริงผ่าน CSR Project ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถบ่มเพาะเด็กได้ทุกที่ทุกเวลา อยู่ที่วิธีการว่าเราจะบ่มเพาะนักเรียนอย่างไร” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว