สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า นายมาเตอุซ โมราวีกกี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยุติการมอบความสนับสนุนด้านอาวุธให้แก่ยูเครน เนื่องจากโปแลนด์ต้องมอบความสนับสนุนแบบเดียวกัน และต้องล้ำสมัยกว่านี้ ให้แก่กองทัพของตัวเอง


ขณะเดียวกัน โมราวีกกีเตือนว่า โปแลนด์อาจขยายมาตรการระงับการนำเข้าสินค้าจากยูเครน ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชนิดอื่น หากรัฐบาลเคียฟยังคงเป็นฝ่ายเดินหน้า เพิ่มความตึงเครียดจากข้อพิพาทเรื่องการนำเข้าและส่งออกธัญพืช

ด้านประธานาธิบดีอันด์แซย์ ดูดา ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ กล่าวว่า จะไม่มีทางยอมให้โปแลนด์ต้องเป็นฝ่ายถูกทำลาย เพื่อแลกกับชัยชนะของยูเครน


ด้านกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ออกแถลงการณ์ ตำหนิยูเครนว่า การดำเนินการฝ่ายเดียวของรัฐบาลเคียฟ ไม่ใช่หนทางที่เหมาะสมเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทระดับทวิภาคี ขณะที่รัฐบาลเคียฟกล่าวว่า โปแลนด์ “ดราม่า” จากการเชิญเอกอัครราชทูตยูเครนเข้าพบ เพื่อประท้วงการที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า “มีบางประเทศช่วยเหลือรัสเซียทางอ้อม”


ทั้งนี้ การลำเลียงและส่งออกธัญพืชจากทะเลดำ ในเขตของยูเครน กลายเป็นเรื่องยากลำบาก นับตั้งแต่การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 แม้มีความพยายามระบายสินค้าที่ตกค้าง ทว่าโปแลนด์ บัลแกเรีย ฮังการี โรมาเนีย และสโลวาเกีย ระงับการนำเข้าธัญพืชของยูเครนชั่วคราว เพื่อปกป้องราคาตลาดในประเทศ


ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) สั่งยุติมาตรการของทั้ง 5 ประเทศ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องที่ดำเนินการฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่โปแลนด์ ฮังการี และสโลวาเกีย จะยังคงใช้มาตรการนี้ต่อไป สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่ยูเครน ซึ่งร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ).

เครดิตภาพ : AFP