เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าการประชุมคณะพนักงานสืบสวน เพื่อคลี่คลายคดีการกักตุนน้ำมันกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า

วันนี้ได้มีการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ DSI กรมธุรกิจพลังงาน และกรมสรรพสามิต เพื่อตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อมูลตัวเลขการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากในขั้นตอนการขนส่งน้ำมันออกจากคลัง จะต้องมีเอกสารกำกับการขนส่ง และหลักฐานการชำระภาษีสรรพสามิตต้นทาง เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันที่ถึงปลายทาง

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลล่าสุด พบว่าจำนวนเที่ยวเรือมีการปรับเพิ่มจากเดิม 96 เที่ยว เป็น 99 เที่ยว จึงต้องเร่งตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดเพื่อกระทบยอดกับปริมาณน้ำมัน ทั้งดีเซลและเบนซิน รวมถึงแยกจำนวนเรือที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยว

โฆษก DSI กล่าวว่า สำหรับกรณีน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายไปกลางทะเล ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบ โดยเฉพาะปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเดินหน้าขยายผลในประเด็นที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไป

จากการตรวจสอบเส้นทาง พบว่าเที่ยวเรือส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง ก่อนขนส่งลงสู่ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าปริมาณน้ำมันระหว่างทางมีการสูญหายหรือไม่

“ปกติระวางบรรทุกของเรือแต่ละลำไม่เท่ากัน บางลำบรรทุกน้ำมันชนิดเดียว บางลำบรรทุกหลายชนิด จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบตัวเลขให้ตรงกัน ขณะเดียวกันพบความผิดปกติว่าเรือบางลำใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคตะวันออกลงภาคใต้ ซึ่งต้องขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติม” พ.ต.ต.วรณัน กล่าว

ส่วนกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันเพิ่มเติมนั้น หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้สื่อมวลชนทราบต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ DSI เตรียมสนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ในพื้นที่ภาค 2 และปริมณฑล หลังพบความผิดปกติของปริมาณน้ำมันคงคลัง รวมถึงการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ