วานนี้ (20 ก.ย. 2566) ทางการนิวยอร์กประกาศการส่งคืนผลงานทางศิลปะมูลค่ากว่า 9 ล้าดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 325 ล้านบาท กลับสู่ครอบครัวของ ฟริตซ์ กรุนโบม ผู้เป็นเจ้าของเดิม ซึ่งเป็นนักแสดงชาวยิวในออสเตรียยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุโรปโดยกลุ่ม ‘นาซี’ ตามนโยบายของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของเยอรมนีในยุคนั้น

ผลงานศิลปะที่จะส่งคืนในครั้งนี้ เป็นภาพวาดของศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวออสเตรีย ‘เอกอน ชีเลอ’ มีทั้งหมด 7 ชิ้นด้วยกัน ก่อนหน้านี้ตกอยู่ในความครอบครองของสถาบันและองค์กรหลายแห่ง รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่โด่งดังของนิวยอร์ก หรือ MOMA ด้วย 

ทั้งนี้ การส่งมอบคืนสู่เจ้าของเดิม กล่าวได้ว่าเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ครอบครอง หลังจากที่ภาพวาดเหล่านี้ถูกนับเป็นหลักฐานในการโจรกรรมของสมาชิกกลุ่มนาซีเมื่อ 80 กว่าปีก่อน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของทายาทตระกูลกรุนโบม ที่ต่อสู้เพื่อขอรับผลงานศิลปะเหล่านี้คืนเป็นเวลายาวนานหลายปี

ภาพวาดทั้ง 7 ชิ้นของ ชีเลอ โดนหน่วยงานติดตามสมบัติโบราณของสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน นิวยอร์ก ยึดไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่เมื่อต้นปีนี้ โดยทำการยึดจากผู้ครอบครองปัจจุบัน ได้แก่ MOMA, คอลเลกชันศิลปะของโรนัลก์ ลอเดอร์, หอสมุดและพิพิธภัณฑ์มอร์แกน, พิพิธภัณฑ์ศิลปะซานตา บาร์บารา และมูลนิธิวาลลี ซาบาร์สกี

หนึ่งในภาพวาดที่ ‘นาซี’ ขโมยหรือยึดจาก ฟริตซ์ กรุนโบม ผู้เป็นเจ้าของเดิม ภาพนี้มีชื่อว่า ‘I Love Antithesis’
ภาพวาดที่ชื่อว่า ‘A Portrait of a Boy’ เป็นหนึ่งในผลงานของ เอกอน ชีเลอ ที่ทางการนิวยอร์กจะส่งคืนไปยังครอบครัวของเจ้าของเดิม

ผลงานแต่ละชิ้นของ ชีเลอ ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าระหว่าง 780,000-2,750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมมูลค่าทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กรุนโบม ไม่ได้เป็นเพียงนักแสดง แต่เขายังเป็นนักสะสมงานศิลป์ตัวยง รวมถึงเป็นผู้ออกปากวิจารณ์แนวคิดและพฤติกรรมของกลุ่มนาซีอย่างหนัก เขามีผลงานศิลปะในครอบครองหลายร้อยชิ้น เฉพาะผลงานภาพวาดของ ชีเลอ นั้น เขาเป็นเจ้าของอยู่ถึง 80 ชิ้น

กรุนโบม โดนสมาชิกพรรคนาซีจับกุมในปี ค.ศ. 1938 และถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันดัคเคา ระหว่างอยู่ในค่าย เขาโดนบังคับให้เซ็นชื่อเพื่อสละสิทธิการมีตัวแทนทางกฎหมายให้คู่ชีวิตของเขา ซึ่งเป็นคนส่งมอบคอลเลกชันงานศิลปะทั้งหมดของครอบครัวให้กลุ่มนาซี ก่อนที่จะมีการส่งตัวเธอไปยังค่ายกักกันอีกแห่งหนึ่งซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ประเทศเบลารุส 

กลุ่มนาซีมองว่า ผลงานของ ชีเลอ เป็นภาพวาดที่ “เสื่อมเสีย” จึงมักถูกขายออกไปยังต่างประเทศเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในกิจการของพรรคนาซี 

ส่วนกรุนโบม เสียชีวิตในค่ายกักกันดัคเคา เมื่อปี ค.ศ. 1941 

ภาพวาดทั้ง 7 ชิ้นของ ชีเลอ หายไปจากการรับรู้ของสาธารณชนนับแต่นั้น และกลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งในตลาดค้างานศิลป์ในช่วงทศวรรษที่ 1950 ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และถูกขายต่อ ๆ มายังผู้ครอบครองในนิวยอร์ก

ปัจจุบัน ทายาทของตระกูล กรุนโบม ก็ยังคงติดตามหาร่องรอยของผลงานศิลปะชิ้นอื่น ๆ ที่เคยเป็นสมบัติของครอบครัวต่อไป

เครดิตภาพ : AFP