ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอวกาศและการบินแห่งชาติสหรัฐหรือ ‘นาซา’ เผยคำทำนายถึงดาวเคราะห์น้อย ‘เบนนู’ (Bennu) ว่ามีโอกาสที่มันจะพุ่งชนโลกในอีก 159 ปีข้างหน้า และอาจสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ในวงกว้าง เทียบเท่าได้กับขนาดของรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ โดยมีพื้นที่เกือบ 700,000 ตารางกิโลเมตร

วงโครจรของดาวเคราะห์น้อยเบนนู จะเข้ามาเฉียดใกล้โลกอย่างมากในทุก ๆ 6 ปี และได้มีการตั้งทีมคอยจับตาดูแนวการเคลื่อนไหวของมันตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งเป็นปีที่มันถูกค้นพบเป็นครั้งแรก โดยปีที่ดาวเคราะห์น้อยเบนนูเข้ามาใกล้โลกมากที่สุดนั้นคือปี 2542, 2548 และ 2554 

ภาพของดาวเคราะห์น้อยเบนนูและพื้นที่ที่มีการเก็บตัวอย่างมาศึกษา

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าในวันที่ 25 ก.ย. 2678 ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะเคลื่อนผ่านโลกและมีโอกาสไม่มากนักที่จะหลุดเข้าสู่พื้นที่ที่เรียกว่า Gravitational keyhole ซึ่งเป็นช่องหรือจุดที่แรงโน้มถ่วงของโลกส่งผลกระทบต่อวงโคจรของวัตถุนอกโลก หรืออาจทำให้วงโคจรเบี่ยงเบนไป

ทีมของ นาซา คาดว่า หากวงโครจรของ เบนนู ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ก็เป็นไปได้ว่า จะส่งผลให้มันเคลื่อนที่ตามแนวโคจรใหม่และจะพุ่งชนกับโลกในปี 2725 

รายงานจากทีมที่เก็บข้อมูลจากยาน OSIRIS-REx ระบุว่า มีโอกาส 1 ใน 2,700 หรือ 0.037% ที่ดาวเคราะห์น้อยเบนนูจะพุ่งชนโลกในวันที่ 24 ก.ย. 2725

ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีความกว้างราว 1/3 ไมล์ หรือประมาณ 500 เมตร หากตกกระทบกับพื้นโลก จะปล่อยพลังงานออกมาเทียบเท่าได้กับระเบิดปรมาณู 22 ลูก กระนั้นก็นับเป็นพลังงานเพียงแค่ส่วนเสี้ยวของพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาเมื่อดาวเคราะห์น้อยขนาด 6 ไมล์ (9.6 กม.) พุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนและทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ทั้งหมด

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : svs.gsfc.nasa.gov