ถือเป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่เสมือนเป็น “คลังสมอง” ให้กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำหรับสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)

ในการทำแผนนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมถึงโครงการต่างๆ ด้วยการนำ “เทคโนโลยีดิจิทัล”  มาวางรากฐาน เศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ!?!

โดยในปี 67 ได้วางแผนเดินหน้า 7 โครงการสำคัญ มีมุดหมายขยายโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม และสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ให้กับคนไทย รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมบริการภาครัฐใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อบริการประชาชน สอดรับกับเป้าหมายและแผนการพัฒนาแผนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม ระยะที่ 3 ปี 2566-2570

“ภุชพงค์ โนดไธสง” เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บอกว่า  แผนงานในปี 67 ได้ จะมุ่ง ขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงดิจิทัลได้ โดยเน้นการพัฒนาคน – สังคมดิจิทัล เพื่อให้เกิด “Digital life เพื่อคนไทยทุกคน”

ภาพ pixabay.com

“สดช. มี 7 โครงการสำคัญที่เตรียมขยายผลและต่อยอดโครงการต่างๆ ที่วางไว้ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน ให้ครอบคลุม สร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น พร้อมเพิ่มศักยภาพให้คนมีทักษะ สมรรถนะด้านดิจิทัล ยกระดับศักยภาพบุคคล ทั้งในกลุ่มประชาชนและบุคลากรของรัฐอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการสนับสนุน และส่งเสริมบริการภาครัฐ”

สำหรับงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างรากฐานด้านความพร้อมดิจิทัล  จะมี 3โครงการ คือ 1. โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ และระบบคลาวด์กลางสาธารณสุขของประเทศ โดยจะทำการต่อยอด การให้บริการคลาวด์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ บริการสำหรับระบบงานขั้นสูง บริการสำหรับการจัดเก็บ ข้อมูลสำคัญ ของหน่วยงาน, เพิ่มบริการบน GDCC Marketplace ไม่น้อยกว่า 10 บริการ

และพัฒนาการใช้งานในรูปแบบ Hybrid Cloud ที่เหมาะสมสำหรับหน่วยงานระดับ Ministry Cloud และ Agency Cloud เช่น คลาวด์ด้านสุขภาพ, ร่วมมือกับผู้ให้บริการภาคเอกชนในการฝึกอบรมบุคลากรภาครัฐ ที่ใช้บริการ GDCC ให้มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคนิค การบริหารจัดการ และด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ปีละไม่น้อยกว่า 200 คน พร้อมทั้งบูรณาการข้อมูลภาครัฐและจัดทำข้อมูลแบบเปิด (Open Data) ของหน่วยงานที่ใช้บริการ GDCC

ภุชพงค์ โนดไธสง

ส่วนโครงการ 2 คือ การพัฒนาระบบคลาวด์กลางด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เพื่อให้หน่วยบริการสุขภาพ สามารถให้บริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐาน   โดยที่สามารถ เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับการวินิจฉัย วางแผนการรักษา และการส่งต่อช่วยให้ ยกระดับคุณภาพการให้บริการสุ สนับสนุนให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พร้อมมีความปลอดภัยของข้อมูล แพทย์ผู้รักษาสามารถ ดูข้อมูลคนไข้ เพื่อให้การรักษาชีวิตของคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ  จะมีสองโครงการ คือ 1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพ การวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Contribution to GDP) ประจำปี พ.ศ. 2567  ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นการพัฒนา ประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ผ่านการปรับปรุงรูปแบบ (Framework) การวัดมูลค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเพิ่มความครอบคลุมของนิยามของเศรษฐกิจดิจิทัล

  นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการพยากรณ์มูลค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตผ่านการใช้แบบจำลองดุลยภาพทั่วไป (Computable General Equilibrium (CGE) model) ภายใต้หลักเศรษฐมิติ (Econometrics) เพื่อระบุระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลสอดคล้องตามเป้าหมายภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13  ที่จะเพิ่มสัดส่วนมูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 70

และ  2. โครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ปี 67 ที่ จัดเก็บตัวชี้วัดของ OECD เพื่อนำข้อมูลที่จัดเก็บ และสำรวจได้มาวิเคราะห์ในมิติที่สำคัญในการนำไปสู่การเสนอแนวทางในการพัฒนานโยบายด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ให้ ทัดเทียมกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว

ภาพ pixabay.com

“ภุชพงค์ โนดไธสง” ยังได้บอกถึง ด้านการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม จะมี 3 โครงการ คือ 1. โครงการยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชน และการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) โดยจะยกระดับศูนย์ ICT ชุมชน เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน จัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ พร้อมพัฒนาระบบจัดการศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยการปั้นคนดิจิทัลในระดับพื้นที่

โดย อสด. จะช่วยสอนชาวบ้าน คนในพื้นที่ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลไปยกระดับ คุณภาพชีวิต เช่น ทำอาชีพค้าขายออนไลน์ ฯลฯ โดยจะเพิ่ม อสด. ให้ได้ 1 แสนคนทั่วประเทศ จากนั้นขยายเครือข่ายเพิ่ม ในอัตรา อสด. 1 คน ต่อการสร้าง อสด.เพิ่มอีก 4 คน ซึ่งจะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องดิจิทัลต่างๆให้คนในชุมชน

ขณะที่โครงการที่ 2  Digital Cultural Heritage หรือโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล  เป็นการผลักดัน Soft Power ของประเทศไทย ในรูปแบบดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ อาทิ สื่อมัลติมีเดีย AR VR แอปพลิเคชัน เกม หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อสร้างมูลค่าให้เข้ากับยุคสมัย ให้เข้าใจได้ง่าย และเข้าถึงได้ง่าย และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ

และโครงการที่ 3. กองทุนดีอี จะเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกองทุน  และปรับปรุงระบบสารสนเทศสนับสนุนการทํางานในด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดเป็นโครงการที่จะช่วยพาไทยก้าวสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์