ดิวอก โอริกี อดีตหัวหอกคนดังของ ลิเวอร์พูล และ เอซี มิลาน ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการแล้วด้วยวัยเพียง 31 ปี โดยตั้งเป้าจะขอออกเดินทางล่าฝันบนเส้นทางสายอื่นที่ตัวเองให้ความสนใจอาทิ เรื่องแฟชั่น, การทำธุรกิจ และการอุทิศตนให้กับงานการกุศล

นอกจากนี้ โอริกี ซึ่งกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดนับตั้งแต่ยกเลิกสัญญากับ เอซี มิลาน เมื่อเดือนธ.ค.นั้น ยังเปิดเผยถึงเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดตั้งแต่ยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเองทุกช่องทางด้วยว่า เป็นเพราะ “เขาได้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดในการเล่นฟุตบอลแล้ว”

โอริกี กล่าวผ่านแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียว่า “เป้าหมายในการเล่นฟุตบอลของผมลุล่วงไปหมดแล้ว ผมใช้ชีวิตอยู่ในความฝันในวัยเด็ก ได้ลงเล่นบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คว้าแชมป์รายการใหญ่ที่สุด ขอบคุณพระเจ้าสำหรับทุกอย่าง”

“ถึงแฟน ๆ ของผม สโมสร เพื่อนร่วมทีม และครอบครัวของผม สิ่งนี้จะคงอยู่กับเราไปตลอดกาล ขอบคุณทุกคน ภารกิจเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ผมกำลังก้าวเข้าสู่ภารกิจถัดไป การเดินทางยังคงมีอะไรให้ติดตามอีกมากมาย ด้วยรัก, ดิวอก โอริกี”

ทั้งนี้ โอริกี ลงเล่นในระดับสโมสรรวม 358 นัด และยิงไป 67 ประตู ให้กับ ลีลล์, ลิเวอร์พูล, โวล์ฟสบวร์ก, เอซี มิลาน และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ โดย กองหน้าวัย 31 ปี ประสบความสำเร็จสูงสุดสมัยค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ หลังมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ “หงส์แดง” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2018/19 โดยเป็นผู้ยิงประตูย้ำชัย 2-0 ในรอบชิงดำกับ ทอตแนม ฮอตสเปอร์

นอกจากนี้ โอริกี ที่ติดทีมชาติเบลเยียม 32 นัดทำได้ 3 ประตูนั้น ยังเป็นสมาชิกของ ลิเวอร์พูล ชุดผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2019/20 อีกด้วย.

ภาพ gettyimages