เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง จ.ระยอง ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และองค์กรเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลาง จัดงานสมัชชาคุณธรรมและตลาดนัดคุณธรรม ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยพลังเครดิตความดี สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” โดยมีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.เป็นประธานในพิธีรับมอบข้อเสนอการขับเคลื่อนคุณธรรมของภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลาง

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมของภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรมภาคกลาง 1.ขอให้คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติและรัฐบาล ผลักดันให้เกิดการเฝ้าระวังสถานการณ์คุณธรรมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนศูนย์ประสานเครือข่ายคุณธรรมระดับเมืองหรือจังหวัดเป็นกลไกหลักเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายกำหนดเป้าหมายร่วม เพื่อป้องกัน แก้ไขในระดับพื้นพื้นที่ 2.ขอให้คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติและรัฐบาล ส่งเสริมการขับเคลื่อนครอบครัวพลังบวกและระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน โดยยกระดับศักยภาพเครือข่ายพี่เลี้ยงครอบครัว-ชุมชนเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศคุณธรรมในการพัฒนาทุนชีวิตเด็กเยาวขนและครอบครัว สนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ครอบครัวพลังบวกทำหน้าที่ขยายผล รวมถึงผลักดันให้เกิดแผนงานยุทธศาสตร์จังหวัดด้านครอบครัวพลังบวก เชื่อมโยงการทำงานของภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ากับกลไกระบบพี่เลี้ยงที่ปรึกษาในชุมชน 3. ขอให้คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติและรัฐบาล กำหนดให้ระบบเครดิตความดีเป็นเป้าหมายสำคัญในแผนแม่บทหลัก รวมถึงแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติและแผนฯ อื่นที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการพัฒนาระบบเครดิตความดีพร้อมกำหนดมาตรการจูงใจและการยกย่องเชิดชูการทำความดีที่เหมาะสม เพื่อให้สังคมไทย มีระบบรองรับการทำความดี ลดปัญหาการคอรัปชั่น และปัญหาสังคมอื่นๆ เสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศให้ดีงามต่อไป โดยหลังจากนี้ศูนย์คุณธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ จะได้รวบรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อผลักดันเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เป็นวาระด้านคุณธรรมของชาติต่อไป

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า วธ.มีนโยบายด้านส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย ด้วย 5C + 1C ได้แก่ Content ส่งเสริมและพัฒนาเนื้อหาสร้างสรรค์ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย C – Connection สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศเพื่อยกระดับวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก C – Community กระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและฐานราก C – Climate การคำนึงถึงบริบททางสังคม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน C – Care การอนุรักษ์และคุ้มครองมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ และที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานครั้งนี้คือ Core Value ปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามและส่งเสริมการสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม และมีแนวคิดจะยกระดับสู่การท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม และจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับจิตสำนึกด้านคุณธรรมของประชาชน ที่จะต้องมีการประพฤติปฏิบัติตนด้วยการยึดมั่นในคุณธรรม การให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยความสุจริต ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่ดีงามเพื่อสร้างอัตลักษณ์และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในสายตานานาชาติ ส่วนการขับเคลื่อนนโยบายด้านคุณธรรมของรัฐบาล ที่วธ.เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขยายผลการขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 พ.ศ.2566-2570 ก็ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู ทั้งกำลังเตรียมจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 3 พ.ศ.2571- 2575 เพื่อใช้เป็นแนวทางการขับเคลื่อนด้านคุณธรรมของประเทศ

“นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ให้นโยบายการบริหารประเทศโดยมุ่งมั่นใช้คุณธรรม ความโปร่งใส และขจัดขบวนการคอรัปชั่น โดยพยายามดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมตรวจสอบจนเกิดกรณีการสอบข้าราชการที่พบสิ่งผิดปกติ และการทุจริตขึ้นมา แสดงถึงความจริงจังในการแก้ปัญหา อีกทั้งยังมีข้อสั่งการให้กำหนดทีโออาร์ในการสอบ ว่า หากมีการทุจริตจะต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง และอาญา เพื่อให้ระบบราชการมีความโปร่งใส และจริงใจ รวมถึงมีตัวชี้วัดคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม” รมว.วธ. กล่าว

ด้านนพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า การจัดงานสมัชชาคุณธรรมในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับชาติ เป็นภารกิจสำคัญอีกด้านหนึ่งของศูนย์คุณธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนดี องค์กรดี ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กันในระดับจังหวัดที่ศูนย์คุณธรรมร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกว่า 25 จังหวัดขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงพื้นที่ สู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาค สร้างบรรยากาศให้เกิดแรงจูงใจในการทำความดี เกิดการขยายผลประกาศเจตนารมณ์และมติสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 สู่การปฏิบัติผ่านกลไกเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่าย จำนวน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณธรรมอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมของสังคมไทย และสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งกลไกกลางหรือศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมระดับจังหวัด 2.เสริมสร้างทุนชีวิตแก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมยกระดับศักยภาพเครือข่ายพี่เลี้ยงครอบครัวชุมชน เสริมสร้างระบบนิเวศคุณธรรม ให้เป็นพลังหลักในการพัฒนาทุนชีวิตเด็กและเยาวชน 3.พัฒนาระบบเครดิตความดี Moral Credit ตามบริบทองค์กรและพื้นที่ และสนับสนุนการทำความดีในทุกรูปแบบด้วยกระบวนการสมัชชาคุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือของเครือข่ายในระดับจังหวัดและภูมิภาค ผ่านกลไกคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด ที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในทุกจังหวัด เพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาด้านคุณธรรมที่สอดคล้องกับผลการสำรวจประเด็นสถานการณ์คุณธรรมของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม” 5 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม