เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเสด็จเยี่ยมการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ทรงเปิดชมรม TO BE NUMBER ONE และศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ณ วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต,แพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีเฝ้ารับเสด็จ

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า จังหวัดปราจีนบุรี ได้น้อมนำพระปณิธานตามแนวทางโครงการ TO BE NUMBER ONE มาดำเนินการขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งอำเภอและชมรม TO BE NUMBER ONE ครอบคลุมทั้ง 7 อำเภอ ขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ และความสำเร็จตาม Road map TO BE NUMBER ONE ปราจีนบุรี ภายใต้วิสัยทัศน์ “เด็กปราจีนบุรี เก่ง ดี มีคุณธรรม ห่างไกล ยาเสพติด” ผ่านกลยุทธ์ “เด็กนำผู้ใหญ่หนุน” บรรจุในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ระยะ 5 ปี ลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ผสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างภูมิต้านทานจิตใจให้เยาวชน “เป็นหนึ่ง โดยไม่พึ่งยาเสพติด” ปัจจุบัน มีเด็กและเยาวชน อายุ 6-24 ปี เป็นสมาชิก TO BE NUMBER ONE จำนวน 103,729 คน มีชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษา สถานประกอบการ ชุมชน และหน่วยงานสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวม 386 ชมรม ครอบคลุม 708 หมู่บ้าน จังหวัดปราจีนบุรี เป็นจังหวัด TO BE NUMBER ONE ระดับเพชรปีที่ 3 มีผลงานอำเภอและชมรมภายในจังหวัด ดังนี้ ระดับทอง ได้แก่บริษัท ฟูจิคูระ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระดับเงิน ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี / ชุมชนบ้านนาปรือ ระดับดีเด่น ได้แก่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี มีชมรมผ่านเข้าร่วมการประกวดผลงานระดับประเทศ ได้แก่ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปราจีนบุรี เรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี และเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี

ว่าที่ร้อยเอกบพิตร บูรมิ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี กล่าวว่าวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี ได้น้อมนำหลักการดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE มาใช้เป็นแนวทางในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในสถานศึกษา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2554 ด้วยความร่วมมือจากผู้ใหญ่ใจดี ที่เห็นความสำคัญ ผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่น คณะครูที่เอาใจใส่ ชุมชนมีส่วนร่วม มีเครือข่ายที่เข้มแข็ง และที่สำคัญเด็กและเยาวชนเป็นพลังในการขับเคลื่อนโครงการ ทำให้ชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี มีความเข้มแข็งและเป็นเครือข่ายในการสอดส่องดูแลสมาชิกทุกคน สนองพระปณิธานตามคำขวัญของโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ว่า “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด” เป็นพลังที่จะสร้างเด็กและเยาวชนให้มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจอยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง เก่ง ดี มีสุข และห่างไกลจากยาเสพติด

นายภีมวัฒน์ พุฒเภา ประธานชมรม TO BE NUMBER ONEวิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี กล่าวว่าชมรม TO BE NUMBER ONE วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี ก่อตั้งขึ้นมาเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด การสอดส่องดูแลซึ่งกันและกันภายในกลุ่มสมาชิก การสนับสนุนให้สมาชิกได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ เช่น เล่นกีฬา ดนตรี งานศิลปะ ส่งเสริมจิตอาสา และกิจกรรมอื่น ๆ ตามความสนใจ เพื่อให้ทุกพื้นที่คือ TO BE NUMBER ONE อย่างแท้จริง โดยกิจกรรมทั้งหมดมีแกนนำและสมาชิกชมรมฯร่วมกันคิดวางแผน ออกแบบ และดำเนินงานจนสำเร็จ ด้วยการสนับสนุนจากครูที่ปรึกษา ภายใต้แนวทาง “เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน” ผลสำเร็จของชมรม คือ สมาชิกทุกคนมีพื้นที่ในการแสดงความสามารถ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มีจิตอาสา รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น สามารถดำเนินชีวิตได้อย่าง มีความสุข ปลอดภัยจากยาเสพติด กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก มีภาวะผู้นำ และอยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร ซึ่งปีนี้ชมรมฯมีผลงานเด่นคือการได้เข้าร่วมกิจกรรม TO BE NUMBER ONE IDOL และ TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE ของจังหวัดปราจีนบุรี

สำหรับศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันศุกร์ ช่วงเวลาพักกลางวัน และช่วงหลังเลิกเรียน มีอาสาสมัครที่ผ่านการอบรม 30 คน ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา พัฒนา EQ” มีบริการให้คำปรึกษา กิจกรรมพัฒนา EQ กิจกรรมสร้างสุข เช่น ร้องเพลง เต้น งานประดิษฐ์ งานศิลปะ และส่งเสริมทักษะการกีฬาต่าง ๆ

ในวโรกาสนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานพระอนุญาตให้สมาชิก“ใครติดยายกมือขึ้น” จากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 25 คน ซึ่งเคยติดยาเสพติดและปัจจุบันมีความมุ่งมั่นที่จะเลิกเสพ เข้าเฝ้าพร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจ และคำแนะนำ เพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำในกลุ่มเสี่ยง และพระราชทานคำปรึกษาแก่สมาชิก TO BE NUMBER ONE จากสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดปราจีนบุรี ที่ซักถามปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการกับปัญหาอย่างเหมาะสม