เมื่อวันที่ 26 ก.ย. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ถึงกรณีถูกตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน ว่า ตนรู้แล้วว่ากระบวนการทำงานเริ่มจากตรงไหน ไม่เป็นไร หลังจากนี้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย เมื่อลูกน้องของตนประกันตัวออกมา ก็จะต้องมาถามดู ตนก็เข้าใจได้ว่า คือ ประเด็นหลักมองว่า ตนให้เจ้าของเว็บพนันมาดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนตัวของตน ซึ่งอันนี้เท่าที่ตนดูจากชาร์ต คือเรื่องนี้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนก็ทราบแล้วว่า เขาก็เอาตรงนี้มาเป็นประเด็น ก็ไม่เป็นไร
แต่ก็ขอเรียนว่า ในส่วนของตน คือ 1.เงินที่เห็นมันใช่เยอะแยะ เงินเว็บพนันมันต้องเป็น 100 ล้าน แต่ไอ้เงินแบบนี้มันเป็นเงินส่วนตัว มันเป็นค่าใช้จ่ายของตน และต้องเรียนว่า ตนมีลูกน้องอยู่คนหนึ่ง เป็น “รอง ผกก.” ที่อยู่กับตนมานานแล้ว เวลาที่ตนจะใช้จ่ายอะไร หมายความว่า ตนก็ให้เงินเขา เขาก็ไปโอนจ่ายค่ารักษาพยาบาล จ่ายค่าโทรศัพท์ หรือค่าอะไรต่าง ๆ แต่ประเด็นหลักคือ ตนจะต้องถามเขาว่า เขาไปใช้บัญชีม้า บัญชีของใครต่าง ๆ ทำไมต้องไปใช้ตรงนี้ เพราะในเมื่อเงินของตนมันถูกกฎหมาย ส่วนถามว่าไอ้ยิบย่อยที่เห็น ค่ารักษาพยาบาลแม่ 2 ล้านกว่า ซึ่งอันนี้มันไม่ได้มาก ที่ไม่มากเพราะตนไม่ได้จ่ายครั้งเดียว จ่ายเดือนหนึ่ง 20,000 บาท 30,000 บาทเดือนหนึ่ง บางครั้งแม่ของตนก็จ่ายเอง ส่วนใหญ่เราก็จ่ายให้ เราไม่จ่ายให้แม่เราจะไปจ่ายให้ใคร ซึ่งตนก็ตอบที่ไปที่มาของเงินนั้นได้หมด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยให้เงินภาคภูมิไปใช้จ่าย ก็เลยสงสัยว่า เวลาให้เงิน ตนให้กับรองผู้กำกับ แต่ก็ไม่เข้าใจว่า รองผู้กำกับทำไมต้องไปเอาเงินจากภาคภูมิ เพราะว่าไอ้เงินพวกนี้ ต้องเรียนว่า ไอ้เงินเว็บพนันเนี่ย ถ้ารับเงินเว็บพนันมันจะไม่ใช่ยอดแค่นี้ มันต้องเป็น 100 ล้าน เป็น 50 ล้าน เรารู้กันอยู่ แต่นี่มันเป็นบัญชีส่วนตัวตน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนก็ต้องไปดูว่าระหว่างรองผู้กำกับตนที่เหมือนเป็นพ่อบ้านของตน เวลาตนเอาเงินไปจ่ายให้แม่ เอาจ่ายให้ค่าโทรศัพท์ เพราะเราเป็นรอง ผบ.ตร. เราไม่มีเวลาไปโอนเงินหรอก ตนก็ใช้ง่าย ๆ อย่างนี้ตลอด วันนี้ก็ต้องถามเขาว่าไอ้ 2 คนนี้ถึงไปใช้บัญชีม้า และทำไมถึงมีบัญชีม้าของ “มินนี่” ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บพนันเข้ามาเกี่ยวกับรองภาคภูมิ ซึ่งตนก็เห็นอยู่แล้วว่ารองภาคภูมิกับมินนี่มันมีรูปอยู่ แน่นอนถ้ามีรูปแบบนี้เขาต้องมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งอันนี้ต้องพูดตรง ๆ ส่วนที่ตนไปยืนร้องเพลง ก็ต้องขอเรียนว่า วันนั้นหลังจากเสร็จงานเผาศพของพ่อตนสัก 2 วัน ตนก็เลี้ยงขอบคุณลูกน้อง จึงไปไล่ย้อนหลังก็เลยรู้แล้วว่า ลูกน้องตนเป็นคนเอามินนี่มา ซึ่งตนกับเจอมินนี่วันนั้นที่งาน แต่ตนก็ไม่มีเบอร์โทรศัทพ์ ไม่ติดต่อเขา คือไม่รู้จัก แต่ทีนี้ว่างานเราเป็นงานเปิด วันนั้น นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ก็มา เพราะฉะนั้นอันนี้มันเป็นการจับความสัมพันธ์ที่ไปเกี่ยวโยงเพื่อจะให้มาถึงตน
ส่วนการค้นบ้าน เหมือนการที่หัวหน้าชุดค้นเขาบอกว่า เขาค้นเพื่อจับกุมตัวบุคคลตามหมายจับ ทีนี้ตนต้องดูว่าบุคคลตามหมายจับคือนายตำรวจติดตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฉะนั้นเขาจะบอกว่า เขาไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้ใครอยู่ มันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น วันนี้ตนจะไปยื่นศาลเพื่อยื่นเรื่องละเมิดอำนาจศาล ให้ศาลสั่งไต่สวน การกระทำดังกล่าว มันเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงศาลทั้งหมด พูดง่าย ๆ ว่า มันเป็นการหลอกศาล ไม่ได้บอกว่าบ้านหลังนี้ตนอยู่ เพราะการที่เขาออกหมายจับเพื่อมาจับกุมตัว พ.ต.ต.ชานนท์ อ่วมทร ซึ่งเป็นสารวัตรที่ติดตามตน เพราะฉะนั้นใครจะไม่รู้บ้างว่า พ.ต.ต.ชานนท์ อยู่บ้านหลังนี้ และใครอยู่บ้านหลังนี้ โอเคล่ะ คือ อาจจะบอกว่า “ผมจะไปรู้ได้ไงว่าท่านอยู่บ้านหลังนี้” ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าอันนี้เป็นนายตำรวจติดตามตน

เมื่อถามว่า เป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ที่ตำรวจชุดจับกุมหรือผู้บังคับบัญชาจะไม่รู้ว่าบ้านนี้เป็นบ้านของท่าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ใช่ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าคือไปหลอกศาลเขา ตนรู้ว่า ถ้าบอกศาลไปว่าเป็นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ศาลก็ไม่ออกหมาย ก็คือบ้านนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และยกมาโอ้โหเป็นกองกำลังเป็นคอมมานโด ตนจึงบอกว่า มันเป็นเรื่องการเมืองภายใน ตร. เมื่อวานตนรู้ละ ซึ่งตนก็ไล่ถามลูกน้องตนว่า การเงินมันเกี่ยวข้องกับตนอย่างไร เพราะตนทำงานมีแต่ปราบเว็บพนัน ถ้าตนรับเงินเว็บพนัน ความจริงมันปกปิดกันไม่ได้หรอก วันนี้ไปเรียกมินนี่มาถาม มินนี่ก็ยังไม่รู้จักตนหรอก
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า แต่อันนี้ตนต้องเรียนว่า มันส่อพิรุธ ไปใช้เป็น “นาย” หมด เพราะฉะนั้นขอหมายจับลูกน้องของตน ใช้เป็นนายหมด ซึ่งเป็นอันนี้ข้อแรก ข้อสอง ขอหมายค้นบ้านตนก็ไม่บอกเป็นบ้านตน ซึ่งวันนี้ตนจะยื่นศาลเพื่อขอให้ศาลให้ความเป็นธรรมสั่งไต่สวนเรื่องการละเมิด ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้เป็นการปกปิดข้อเท็จจริงอันควรนำเรียนให้ศาลทราบ ต้องเรียนเลยว่า ต่อไปถ้าทำอย่างนี้ ศาลก็แหยงตำรวจหมด ก็เหมือนศาลถูกหลอก แล้วต่อไปตำรวจจะทำงานยากขึ้น เวลาไปขอหมายศาลก็จะให้ยากขึ้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตนจะอยู่ไม่อยู่ไม่สำคัญจะอยู่ตรงไหนไม่สำคัญ แต่ต้องทำให้สังคมรู้ ต้องทำให้องค์กรรู้ว่า ไอ้แบบอย่างเงี้ย มันเป็นการฉ้อฉล คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ แบบนี้เรียกวิชาโจร ขนาดรอง ผบ.ตร. ยังโดนขนาดนี้ ถ้าชาวบ้านก็เลิกเลย แล้วไอ้เรื่องเงินก็เหมือนกัน ถามว่าไปดูสิครับ ไอ้เงินหมื่นกว่า จ่ายค่าโทรศัพท์ 3 หมื่น มันมีใครเขาทำ ถ้ารับเงินเว็บพนันกันขนาดนี้ ถามว่าตนเป็น รอง ผบ. นะ ทำเรื่องเส้นทางการเงินกันมาตลอด ตนไม่หมูขนาดนี้ ที่จะให้ใครโอนเงินไม่เท่าไหร่มาตรงนี้



