สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ว่า สถาบันบุคลากรและการพัฒนาชาร์เตอร์ด (ซีไอพีดี) ระบุว่า ผลการสำรวจนายจ้างหลายร้อยคน แสดงให้เห็นว่า ลูกจ้างโดยเฉลี่ยใช้สิทธิลาป่วย 7.8 วัน ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 5.8 วัน ในการสำรวจเปรียบเทียบครั้งล่าสุด เมื่อช่วงปลายปี 2562 และเป็นตัวเลขสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2553

“การขาดงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกภาคส่วนเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 และวิกฤติค่าครองชีพ ส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนจำนวนมาก” น.ส.เรเชล ซัฟฟ์ ที่ปรึกษาด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอาวุโส ของซีไอพีดี กล่าว

แม้อัตราการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทุกภาคส่วน แต่มันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างกลุ่มนายจ้าง เนื่องจากพนักงานภาครัฐใช้สิทธิลาป่วยโดยเฉลี่ยมากกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งมากกว่าการลาป่วยของพนักงานในกิจการให้บริการภาคเอกชน เกือบ 2 เท่า อีกทั้งนายจ้างรายใหญ่ ยังรายงานอัตราการขาดงาน ที่สูงกว่านายจ้างรายเล็กเช่นกัน

นายจ้างมากกว่า 1 ใน 3 กล่าวว่า โควิด-19 ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดงานในระยะสั้น แม้การบาดเจ็บเล็กน้อย, อาการป่วย และสุขภาพจิต จะเป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าก็ตาม ส่วนปัญหาความเครียด มักเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการขาดงานในกลุ่มนายจ้างมากกว่า 1 ใน 4

ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (โอเอ็นเอส) ระบุว่า ประเทศสูญเสียชั่วโมงการทำงาน 2.6% เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บในปี 2565 ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2547 และเทียบเท่ากับ 5.7 วัน ต่อลูกจ้าง 1 คน

นอกจากนี้ จำนวนคนวัยทำงานในสหราชอาณาจักร ที่ไม่สามารถทำงานได้เพราะสุขภาพไม่ดีในระยะยาว ยังเพิ่มขึ้นเกือบ 500,000 คน นับตั้งแต่โรคโควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในปี 2562 ซึ่งแตกต่างจากสาเหตุอื่น ของการไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง ในช่วงปีที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP