สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีเหนือ มีมติให้เนรเทศเจ้าหน้าที่ทราวิส คิง ทหารอเมริกัน วัย 23 ปี เนื่องจากลักลอบข้ามพรมแดน โดยการดำเนินการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามกฎหมายของเกาหลีเหนือ


รายงานของเคซีเอ็นเอระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่คิงให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเปียงยาง ว่าการลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาในเกาหลีเหนือ “เกิดขึ้นโดยเจตนา” เนื่องจากรู้สึกไม่สบายใจและไม่พอใจ กับการเลือกปฏิบัติและการดูแลที่ไม่เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม ภายในกองทัพสหรัฐ ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงของสังคมอเมริกัน


ต่อจากนั้นไม่นาน นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า การส่งตัวเจ้าหน้าที่คิงเกิดขึ้นที่จีน โดยมีเจ้าหน้าที่การทูตของสวีเดนคอยประสานงาน เนื่องจากสหรัฐและเกาหลีเหนือไม่มีความสัมพันธ์การทูตระหว่างกันอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คิงมีสภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์


แม้การให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่คิงเกิดขึ้นหลังการเจรจาทางการทูต ที่เกิดขึ้นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง นานหลายเดือน แต่สหรัฐยืนยันว่า เป็นการดำเนินการเป็นรายกรณี พร้อมทั้งขอบคุณทั้งจีนและสวีเดน


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คิงเข้าร่วมกับกองทัพสหรัฐ เมื่อปี 2564 และถูกส่งมาประจำการในเกาหลีใต้ โดยในวันเกิดเหตุ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่คิงอยู่ระหว่างการเตรียมเดินทางกลับไปรับการไต่สวน และลงโทษทางวินัยที่สหรัฐ หลังรับโทษจำคุกนานระยะหนึ่งในเกาหลีใต้ จากเหตุทะเลาะวิวาทในสถานบันเทิง


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คิงกลับแอบไปร่วมการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ความมั่นคงร่วม (เจเอสเอ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านปันมุนจอม แล้วฉวยโอกาสลักลอบข้ามเส้นแบ่งเขตแดน เข้าไปในเกาหลีเหนือ


ปัจจุบัน เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ยังถือเป็นประเทศคู่สงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 ยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ ขณะที่การลักลอบข้ามพรมแดนสองเกาหลี บริเวณเจเอสเอ เกิดขึ้นครั้งล่าสุด เมื่อปี 2560 จากการที่ทหารเกาหลีเหนือนายหนึ่ง ขับรถจี๊ปฝ่าด่านตรวจเข้ามายังเกาหลีใต้.

เครดิตภาพ : AFP