วันนี้มาชวนคุยเรื่องกลิ่นตัว คนเมืองร้อนประสบปัญหานี้เพราะเหงื่อออกเยอะ หมักหมมทำให้ไม่สบายตัว มีกลิ่นก็ไม่สบายใจ ขาดความมั่นใจในตัวเองไปถึงส่งผลต่อสภาพจิตใจเพราะกลัวโดนล้อโดนว่า กระทบกับการเข้าสังคม แถมกลิ่นตัวบางอย่างเป็นโรคที่ต้องรักษา
รศ. พญ.จรัสศรี ฬียาพรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคเชื้อราผิวหนัง ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ให้ข้อมูลผ่านเพจ Mahidol Channel กลิ่นตัว คือสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น ประกอบไปด้วยไขมันหลายชนิด เมื่อต่อมกลิ่นหลั่งฟีโรโมนออกมา จะมีกลิ่นเพียงเล็กน้อย จากนั้นจะถูกเชื้อแบคทีเรียเปลี่ยนให้เป็นสารที่มีกลิ่นคือ แอมโมเนีย และกรดไขมันสายสั้น ถ้าคนคนนั้นมีแบคทีเรียมากกว่าคนปกติ ก็อาจจะทำให้เกิดกลิ่นที่มากขึ้นได้ ต่อมกลิ่นจะมีจำนวนมากที่บริเวณรักแร้และอวัยวะเพศ ซึ่งจะแตกต่างกับต่อมเหงื่อที่มีทั่วร่างกาย
ส่วนกลิ่นเหงื่อจะมาจากต่อมเหงื่อที่ทำงานเยอะ ประกอบกับมีแบคทีเรียที่พื้นผิวไปย่อยสลายผิวหนังกำพร้าทำให้เกิดกลิ่นได้ บางคนอาจมีเหงื่อเยอะที่มือและเท้า กลายเป็นโรคเท้าเหม็น
อาหารก็มีผลต่อกลิ่นตัว แต่มีผลต่อต่อมเหงื่อมากกว่า เมื่อเรากินอาหารที่มีกลิ่นฉุน เหงื่อของเราก็จะมีกลิ่นไปด้วย การกินอาหารที่มีเครื่องเทศจำนวนมาก เช่น กระเทียม หัวหอม ก็อาจจะทำให้เหงื่อมีกลิ่นได้ นอกจากนี้ ยาบางอย่าง เช่น ยาเพนนิซิลิน หรือยาโบรไมด์ ก็ทำให้เกิดกลิ่นเหงื่อได้เช่นกัน
คนที่มีภาวะอ้วน เบาหวาน หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จะทำให้แบคทีเรียโตมากกว่าคนปกติ แบคทีเรียเหล่านี้จะไปย่อยสลายสารทำให้เกิดกลิ่นที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น คนอ้วนหรือคนที่ใส่เสื้อผ้าคับก็อาจทำให้กลิ่นตัวเพิ่มขึ้นได้ .
การแก้ปัญหากลิ่นตัว เริ่มจากรักษาสุขอนามัยที่ดี ด้วยการอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 2 ครั้ง โดยใช้สบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จะช่วยให้ตัวแบคทีเรียน้อยลง กลิ่นก็จะน้อยลงไปด้วย สระผมบ่อยๆ อย่าให้หนังหัวเป็นมัน แต่หากกลิ่นตัวของเราคล้ายๆ กับแอมโมเนีย กรณีนี้ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคอื่น เช่น โรคตับหรือไต ร่วมด้วย
ใช้โรลออนช่วย โรลออนที่มีสารระงับเหงื่อจะมีอะลูมิเนียม คลอไรด์ ที่มีหน้าที่หลักคือการอุดต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่ออก เมื่อเหงื่อออกน้อยก็จะทำให้ความชื้นน้อย แบคทีเรียก็จะทำงานได้น้อย จึงทำให้กลิ่นลดลง ส่วนโรลออนอีกประเภทที่มีสารระงับกลิ่น กลุ่มนี้จะไม่มีประสิทธิภาพในการลดเหงื่อ แต่จะมียาฆ่าเชื้อหรือน้ำหอม ที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียพื้นผิวให้ลดจำนวนลง จึงทำให้หอมและลดกลิ่นได้
การฉีดโบท็อกซ์บริเวณรักแร้ เพื่อลดเหงื่อเป็นการขวางการทำงานของต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่นให้ทำงานลดลง จะมีผลอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน วิธีนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะหากฉีดมากเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
หากกลิ่นยังไม่หาย อาจมีแบคทีเรียบริเวณผิวหนังจำนวนมาก แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียทาที่บริเวณผิวหนัง แต่ถ้าใช้แล้วไม่ดีขึ้นก็อาจต้องกินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ถ้าปัญหากระทบการใช้ชีวิตมาก มีอีกทางเลือกคือการให้แพทย์ผ่าตัดเอาต่อมกลิ่น หรือตัดเส้นประสาทที่ควบคุมต่อมกลิ่นออกไปได้ แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และโทษของการผ่าตัด เพราะอาจเกิดรอยแผลเป็น หรือเกิดอาการชาได้



