สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า นายนิโคล ปาชินเนียน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย กล่าวถึงสถานการณ์ในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทกับอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ว่าชาวอาร์เมเนียจำนวนมากยังคงหลั่งไหลอพยพออกจากพื้นที่ ยิ่งตอกย้ำแผนการของอาเซอร์ไบจาน ที่จะกวาดล้างทางชาติพันธุ์ต่อประชาชนในเขตนากอร์โน-คาราบัค


ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยอาร์เมเนียระบุว่า ประชาชนมากกว่า 65,000 คน ซึ่งถือว่าเกินครึ่งของประชากรทั้งหมดในเขตนากอร์โน-คาราบัค อพยพออกจากพื้นที่มายังอาร์เมเนีย ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้


ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน ในกรุงบากู ออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีอิลฮาม อาลีเยฟ ผู้นำอาเซอร์ไบจาน ลงพื้นที่เมืองแห่งหนึ่ง ในเขตนากอร์โน-คาราบัค แม้ไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการ ว่าการลงพื้นที่เกิดขึ้นเมื่อใด แต่ถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่กองทัพอาเซอร์ไบจานปฏิบัติการทางทหาร ในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งรายงานอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต “มากกว่า 200 ราย”


อนึ่ง เขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นพื้นที่ขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่ทั้งสองประเทศยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต โดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รับรองเขตนากอร์โน-คาราบัค เป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่มีเชื้อสายอาร์เมเนีย


นอกจากนี้ อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเคยทำสงครามครั้งใหญ่ ในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งยืดเยื้อนานถึง 6 สัปดาห์ เมื่อปี 2563 ทั้งสองประเทศสูญเสียทหารรวมกันเกือบ 7,000 นาย ก่อนมีการหยุดยิงโดยมีรัสเซียเป็นคนกลาง และรัฐบาลมอสโกประจำการทหารรักษาสันติภาพในพื้นที่.

เครดิตภาพ : AFP