สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า ขยะพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ โดยขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวส่วนใหญ่ เช่น ขวดน้ำ ถุง หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ พบในอุทยานแห่งชาติ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งมีรัฐบาลกลางเป็นผู้ดูแล

“พลาสติก รวมถึงผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ไม่จำเป็น และหาสิ่งอื่นมาแทนได้ง่าย เป็นอันตรายต่อปลาและสัตว์ป่าทั่วโลก” กระทรวงมหาดไทยสหรัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราการรีไซเคิลพลาสติกที่ถูกผลิตมีสัดส่วนน้อยกว่า 10% และตัวเลขดังกล่าวไม่เพิ่มขึ้นเลย

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวข้างต้นเกิดขึ้นจากความคิดริเริ่ม โดยนางเด็บ ฮาแลนด์ รมว.มหาดไทยของสหรัฐ ในปี 2565 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะทยอยเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายใน 10 ปี

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยสหรัฐประกาศว่า ที่ทำการและสำนักงานทุกแห่ง สรุปแผนการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืนแล้ว

“สิ่งอำนวยความสะดวกภายในประเทศ รวมถึงอุทยานแห่งชาติ มีความก้าวหน้าด้วยความพยายามที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งสถานีเติมน้ำดื่ม, การเพิ่มการรีไซเคิล ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการซึ่งได้รับสัมปทาน เพื่อลดปริมาณขวดพลาสติก ถุงพลาสติก และเครื่องใช้ต่าง ๆ” กระทรวง ระบุเสริม

ขณะที่ นางคริสตี ลีวิตต์ ผู้อำนวยการด้านการรณรงค์ ขององค์กรสิ่งแวดล้อม “โอเชียนา” แสดงความชื่นชมต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐ เร่งดำเนินการตามแผนเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES