สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า ฝนมรสุมมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตทางการเกษตร รวมถึงการเติมอ่างเก็บน้ำและชั้นหินอุ้มน้ำ 

แต่การขาดดุลน้ำฝนในฤดูร้อน อาจทำให้วัตถุดิบหลักต่าง ๆ เช่น น้ำตาล, ถั่วพัลส์, ข้าว และผัก มีราคาสูงขึ้น จนนำไปสู่ภาวะราคาอาหารเฟ้อที่รุนแรงกว่าเดิม อีกทั้งการผลิตที่ลดลงยังอาจส่งผลให้อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าว ข้าวสาลี และน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ประกาศควบคุมการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ด้วย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติอินเดีย (ไอเอ็มดี) ระบุในแถลงการณ์ว่า ปริมาณน้ำฝนทั่วอินเดีย ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 94% ของค่าเฉลี่ยในระยะยาว ซึ่งถือว่าต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2561

นอกจากนี้ ไอเอ็มดียังคาดการณ์การขาดดุลน้ำฝน 4% ในฤดูกาลนี้ โดยสันนิษฐานตามผลกระทบที่จำกัด จากปรากฏการณ์เอลนีโญ

อนึ่ง ฝนมรสุมของอินเดียในปีนี้เกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอ โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา อินเดียมีฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 9% ทว่าในเดือนต่อมา ตัวเลขกลับเพิ่มขึ้นเป็น 13% เหนือค่าเฉลี่ย จากนั้นในเดือน ส.ค. อินเดียประสบกับอากาศแห้งสุดเป็นประวัติการณ์ และมีการขาดดุลน้ำฝนสูงถึง 36% แต่ประเทศก็ได้รับปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ 13% เมื่อเดือนที่แล้ว

ด้านไอเอ็มดี ระบุเพิ่มเติมว่า อินเดียคาดว่าจะได้รับปริมาณน้ำฝนตามปกติในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. นี้ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังมีแนวโน้มเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าระดับปกติ ในเดือนนี้เช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP