นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า สดช.ไดัจัดทำ (ร่าง) นโยบายการวางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ ออฟติก เคเบิล)ในตัวอาคาร สำหรับอาคารสร้างใหม่ และอาคารที่ทำการบูรณะใหม่ (ร่าง) แผนการดำเนินงาน และแนวทางในการขับเคลื่อนตามนโยบายการวาง โครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงในตัวอาคาร สำหรับอาคารสร้างใหม่ และอาคารที่ทำการบูรณะใหม่ และ (ร่าง) ข้อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินการ ปรับแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการวางโครงข่ายเคเบิลใยแก้ว นำแสงในตัวอาคาร สำหรับอาคารสร้างใหม่ และอาคารที่ทำการบูรณะใหม่ที่เหมาะสม เพื่อรองรับการขยายเครือข่าย 5 จี และ 6 จี ในอนาคต

“  การจัดทำ ร่างนโยบาย ดังกล่าว จะเป็นเสมือนไกด์ ไลน์ หรือแนวทางปฎิบัติ เมื่อต้องสร้างอาคารใหม่ หรือบูรณะอาการต้องออบแบบอย่างไรให้รองรับ  5 จี และ 6 จี เพื่อให้การวางโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง ในอาคารมีมาตรฐานกลาง  เช่น ต้องมีอุปกรณ์อย่างไร ราคากลางเท่าไร เป็นต้น  ซึ่งในอนาคตทาง กรมโยธาธิการ และผังเมือง และ กทม. ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ก็อาจจะนำแนวทางปฎิบัติ นี้ ไปใช้เป็นข้อมูลในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้”

นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า  สำหรับอาคารสร้างใหม่และอาคารที่ทำการบูรณะใหม่ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทได้แก่ 1. อาคารหน่วยเดียว ประเภทที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด โครงการบ้านจัดสรรที่ไม่จำกัดจำนวนผู้วางโครงข่ายสาย 2. อาคารหน่วยเดียว ประเภทไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น อาคารเพื่อกิจการพาณิชกรรม สำนักงาน โรงแรม ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็ก 3. อาคารหลายหน่วย ประเภทที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม และ 4. อาคารหลายหน่วย ประเภทไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น อาคาร พาณิชย์ สำนักงาน โรงแรม มีพื้นที เกิน 2,000 ตารางเมตร

“ที่ผ่านมา สดช. ได้ทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกลุ่มต่างๆ ทั้งผู้ให้บริการมือถือ สำนักงาน กสทช. ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องครบ 5 ครั้งแล้ว  ซึ่งได้มีการนำข้อคิดเห็นต่างๆ ไปปรับแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำเสนอกับคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) เห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเร็วๆนี้”