สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า จากเหตุการณ์เด็กชายวัย 14 ปี ใช้อาวุธปืนก่อเหตุกราดยิง ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย เป็นชาวจีนและชาวเมียนมา และได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน
ข้อมูลจากเว็บไซต์ gunpolicy.org ของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ในออสเตรเลีย ระบุว่า สถิติการครอบครองอาวุธปืนส่วนบุคคลในไทยอยู่ที่มากกว่า 10.3 ล้านกระบอก เมื่อปี 2560 แต่มีเพียง 6 ล้านกระบอกเท่านั้น ที่มีการขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย หมายความว่ามี “ปืนเถื่อน” มากกว่า 4 ล้านกระบอก และคิดเป็นอัตราการครอบครองอาวุธปืน 10 กระบอก ต่อประชากร 100 คน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืนถูกหรือผิดกฎหมาย
แม้อัตราดังกล่าวถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสหรัฐ แต่ในเอเชียถือว่า อัตราการครอบครองอาวุธปืนดังกล่าวสูงเป็นอันดับต้นของภูมิภาค หากเทียบกับมาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนไม่ถึง 1 กระบอก ต่อประชากร 100 คน
นอกจากนี้ ไทยกลายเป็นศูนย์กลางของตลาดมืดการค้าอาวุธ นอกเหนือจากกัมพูชาและเวียดนาม ทั้งที่มีกฎหมายควบคุมเข้มงวด แม้ผู้ที่ลักลอบครอบครองอาวุธปืน อาจต้องรับโทษจำคุกนานสูงสุด 10 ปี และปรับเป็นเงิน 20,000 บาท ขณะที่บุคคลซึ่งต้องการรับใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน ต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดหลายขั้นตอน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



