สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 7 ต.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านการทูตของตุรกี ว่านายฮาคัน ฟิดาน รมว.การต่างประเทศตุรกี สนทนาทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ หรือเพียงวันเดียว หลังเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ของกองทัพสหรัฐ ยิงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ของตุรกี ตกในเขตเมืองฮาซากาห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย
เหตุการณ์ดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ระหว่างสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ฟิดานกล่าวกับบลิงเคนว่า “ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย” ของตุรกีในซีเรีย จะยังคงดำเนินต่อไป “อย่างมีเป้าหมาย”
JUST IN – US warplane shot down Turkish drone over Syria. pic.twitter.com/rY7tiQAGLR
— Disclose.tv (@disclosetv) October 5, 2023
ขณะที่นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงผลการสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งทั้งสองประเทศ ว่ามีการเห็นชอบร่วมกันในหลักการเกี่ยวกับ “เป้าหมายร่วมกัน” ในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย ไม่ว่าจะมีฐานอยู่ในซีเรีย อิรัก หรือที่แห่งใดก็ตาม
อนึ่ง กองทัพตุรกีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างน้อยสองครั้ง ในสัปดาห์นี้ ต่อเป้าหมายหลายแห่งในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ที่อยู่ทางเหนือของอิรัก ซึ่งเป็นฐานที่มั่นกองกำลังของพรรคคนงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) เพื่อ “ป้องปราม” ไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายโจมตีตุรกีได้อีกในอนาคต ตอบโต้การที่พีเคเคยืนยัน อยู่เบื้องหลังเหตุคนร้ายสองคนใช้รถยนต์เป็นพาหนะ ขับมาจอดบริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทย ในกรุงอังการา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา หนึ่งในคนร้ายจุดชนวนระเบิดพลีชีพ ส่วนอีกคนถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญในที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตำรวจสองนาย “ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย” ขณะที่ผลการตรวจสอบโดยหน่วยข่าวกรองตุรกีระบุด้วยว่า คนร้ายทั้งสองคนผ่านการฝึกฝนในซีเรียด้วย หมายความว่า โครงสร้างพื้นฐานบางอย่างในซีเรียที่เกี่ยวข้องกับพีเคเค จะเป็น “เป้าหมายอันชอบธรรม” ของปฏิบัติการโดยกองทัพตุรกีเช่นกัน
ทั้งนี้ พีเคเคทำสงครามกองโจรกับรัฐบาลอังการา มาตั้งแต่ปี 2527 เพื่อแบ่งแยกดินแดนบางส่วนทางตอนใต้ของตุรกี ไปรวมเป็นส่วนหนึ่งของการสถาปนารัฐอิสระให้กับชาวเคิร์ด การสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่ายตลอดเกือบ 4 ทศวรรษมานี้ คร่าชีวิตทั้งทหารและพลเรือนรวมมากกว่า 40,000 ราย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



