ถือเป็น 1 ใน 7 อรหันต์ ที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) ที่ต้องกำกับดูแลนโนบายและการทำงานขององค์กรใหญ่แห่งซอยสายลม
สำหรับ “ศุภัช ศุภชลาศัย” กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ที่เปลี่ยนเส้นทางเดินเข้ามาสมัครรับการสรรหาเป็น กสทช.
ซึ่งระยะเวลาหนึ่งปีกว่าๆ หลังรับตำแหน่ง ด้วยบุลคลิก “นักวิชาการ” นิ่งๆ ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการให้ข่าวกับสื่อ เน้นการทำงานตามหน้าที่ ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งของคณะกรรมการ(บอร์ด) ดูจะชิงพื้นที่ข่าวไปหมด!?!
เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับ กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ ถึงระยะเวลา 1 ปีกว่าๆ หลังรับตำแหน่ง ได้ขับเคลื่อนงานอย่างไรแล้วบ้าง? ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อย!!

“ศุภัช ศุภชลาศัย” บอกว่า แม้บอร์ด กสทช. แต่ละคนอาจมีความเห็นในเรื่องต่างๆ ไม่ตรงกันบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเป็นองค์กรที่เป็น “คณะกรรมการ” ซึ่งมีหลายคน ก็ย่อมเห็นแตกต่าง ต้องใช้มติในการดำเนินงาน แต่ทุกคนก็เดินหน้าหน้าที่รับผิดชอบของตนเองไป!?!
ซึ่งหลังเริ่มทำงานในตำแหน่ง ก็มีธงในใจอยากให้สำนักงาน กสทช. มีสายงานวิชาการ ขึ้นมา อย่างเช่น สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จึงได้ริเริ่มจัดตั้งสายงานนี้ขึ้นโดยทาง “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธาน กสทช. ก็สนับสนุนจนสามารถจัดต้ังสายงานวิชาการ (Academic Cluster) แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
“ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่บอร์ดขัดแย้งแล้วจะทำงานด้วยกันไม่ได้ อย่างเรื่อง ตั้ง สายงานวิชาการ ท่านประธาน กสทช.ก็เห็นด้วยสนับสนุน จนสำเร็จ โดยสายงานนี้จะดึงคนเก่งๆ คนอยากทำงานวิชาการเข้ามา เพื่อรองรับการ เป็นองค์กรที่มีหน้าที่กากับดูแลโดยใช้ evidenced based และมีขีดความสามารถทางวิชาการในระดับสูง รวมท้ังเป็นองค์กรที่มีความเป็นสากล เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และเข้าไปมีส่วนร่วมในเวทีระหว่างประเทศ ตอนนี้สายงานนี้ยังขาดคนทำงานกว่า 50 คน ซึ่งก็ต้องรับสมัครและทำการคัดเลือกกันไป เพราะบางสำนักฯ ก็เป็นงานยาก เช่น วิชาการต่างประเทศ ทำให้หาคนยาก”

กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ บอกต่อว่า ด้วยงานด้านเศรษฐศาสตร์ อาจจะต้องคาบเกี่ยวกับงานด้านอื่นๆ ด้วย และที่ผ่านมางานที่ต้องรับบทหนักอีกอย่าง คือ กรณี “ดีลทรู-ดีแทค” ที่ต้องจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบ ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Analysis) กรณีการรวมธุรกิจระหว่าง ทรู และ ดีแทค รวมถึง เอไอเอส กับ 3 บีบี ก็ได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นงานเผือกร้อนๆ หลังรับตำแหน่ง!!
ขณะเดียวกัน ยังได้จัดตั้ง Strategic database เพื่อรวบรวมข้อมูลที่สำคัญในจัดทำนโยบาย เช่น ข้อมูลด้านราคา ข้อมูลรายได้ ข้อมูลด้านใบอนุญาต เป็นต้น เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้สำนักงานฯสามารถนำไปใช้ในด้านต่างๆได้
ส่วนงานด้านต่างประเทศ ได้บอกว่า ในช่วง 1 ปีกว่าๆ ได้เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็น รูปธรรม ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระหว่างสำนักงาน กสทช. กับหน่วยงานกำกับดูแลและสถาบันการ ศึกษาต่างประเทศ
และที่กำลังเป็นประเด็นหลังจากเกิดเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง สังคมตั้งคำถามเรื่องระบบเตือนภัย SMS มือถือนั้น??
ทาง “ศุภัช ศุภชลาศัย” บอกว่า สายงานวิชาการได้ แต่งต้ัง “คณะทางานเพื่อศึกษา ระบบการเตือนภัยพิบัติ”และได้ จัดทำรายงานศึกษาเปรียบเทียบระบบเตือนภัยพิบัติ โดยรวบรวมข้อมูลกรณีศึกษาจาก ต่างประเทศ 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น
ซึ่งคิดว่าโมเดลที่เหมาะสมกับประเทศไทย คือ ออสเตรเลีย สามารถแจ้งเตือนได้ทั่วประเทศ ดูเป็นแผนที่เกิดเหตุได้ ส่วนรูปแบบของประเทศญี่ปุ่น พบว่าต้องใช้งบประมาณสูงมากไม่เหมาะกับประเทศไทย ซึ่งก็จะมีการนำเสนอให้กับทางสำนักงาน กสทช.พิจารณาต่อไป!?!

สำหรับงานที่น่าจะเป็นประโยชน์ คือการ ทบทวนนิยามตลาด การทบทวนประกาศที่เกี่ยวข้องกับ ทั้งบรอดแคสติงและโทรคมนาคม การแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันได้ทบทวนเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้การกำกับดูแลการแข่งขัน สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
อย่างไรก็ตามงานที่กำลังเร่งขับเคลื่อนอีกอย่าง คือ การพัฒนาโมเดล CGE ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุม 180 ภาคอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในการศึกษาผลกระทบจากการกำกับ ดูแลของ กสทช. ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดนคาดว่าจะเสร็จในเดือน พ.ย.นี้
นอกจากนี้ยังได้จัดทำดัชนีราคาโทรคมนาคม (CPI: Consumer Price Index) คร้ังแรกของประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดตามราคาค่าบริการของโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต!!
ซึ่งทาง “ศุภัช ศุภชลาศัย” มั่นใจว่า จะทำให้การกับกับดูแลเรื่องราคาค่าบริการในอุตฯโทรคมนาคมของไทย ดีขึ้น โดยงานนี้จะเสร็จเดือน ธ.ค. นี้ และจะเผยแพร่ ต่อสาธารณะเดือน ม.ค. 67 หลังจากนั้นวางเป้าหมายจะมีการจัด ทำในทุกไตรมาสด้วย!?!
สิ่งสำคัญของงานด้านเศรษฐศาสตร์ ยังต้องทำงานร่วมกับ กสทช. อื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องคลื่นความถี่ โดยกำลังทำงานร่วมกับ “สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์” กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เรื่อง คลื่นความถี่ 3500 MHz เพื่อเตรียมการปรับ Spectrum ท้ังระบบ ให้พร้อมใช้งานในอนาคต ที่อาจจะมีการเคลียร์คลื่นมาทำ 5 จี!?!

รวมถึง ศึกษาการแข่งขันของบริการโทรศพัท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน(MVNO) เพื่อให้เกิดรายใหม่ๆในตลาดได้ และการจัดทำแนวทางในการส่งเสริมและกำกับดูแลบริการ Over The Top ที่จะเป็นงานใหม่ของ กสทช. ร่วมกับ “พิรงรอง รามสูต” กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์
และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ (Mobile retail price) เพื่อใช้ในการติดตามกากับดูแลเรื่องราคาและคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉเพาะอย่างยิ่งหลังการควบรวม เหลือรายใหญ่เพียง 2 รายเท่านั้น!?!
ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ได้ทำมาและกำลังขับเคลื่อนต่อไปในอนาคตของ “ศุภัช ศุภชลาศัย” กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



