เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ที่ทําเนียบรัฐบาล  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของบ้านเรือนประชาชน ถือเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ว่า อันนี้ตนยอมรับ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่จะพยายามทำทุกวิถีทาง หาวิธีลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน โดยจากการที่เราไปสืบค้นการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากทางหลวงชนบท ที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนน ซึ่งในส่วนนั้นเราเพิ่งรู้ว่ามันแฝงอยู่ในค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) โดยนายกฯ มีข้อสั่งการในเรื่องนี้แล้ว ให้กระทรวงพลังงาน ไปหาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคม เราเคยบอกไปแล้วว่าโคมไฟที่หมดอายุ ต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี เพื่อประหยัดไฟฟ้า 40-50 เปอร์เซ็นต์ และอีกส่วนหนึ่ง หากยังทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหารือกับสำนักงบประมาณ ว่าจะทำอย่างไร สำหรับกระทรวงคมนาคม ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า เราไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบ หรือรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น ที่ตกปีละประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร ทั้งนี้ เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ แต่เกิดมาหลาย 10 ปีแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ลงไปรื้อว่า จะทำอย่างไรที่จะลดใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน  

“อะไรที่สร้าง หรือแฝงอยู่ในค่า FT เราต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยไม่ต้องไปบวกในค่า FT ของผู้ใช้ตามบ้านเรือน  ส่วนเรื่องของการของบประมาณจากหน่วยงานอื่นเป็นแนวทางหนึ่งที่จะไปขอจากสำนักงบประมาณ แต่ก็จะมีคำถามว่า เงินที่สำนักงบประมาณรวบรวมไปได้ หรือจากกระทรวงการคลัง ที่เก็บเข้าไปได้ มันเป็นของใคร เป็นเงินมาจากไหน ผมคิดว่าจะต้องมีคำถามแบบนี้ตามมา ฉะนั้นดีที่สุดเราต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ แต่จะเป็นวิธีการไหนต้องให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการมา” นายพิพัฒน์ กล่าว