สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่า นายมาซาฮิโตะ โมริยามะ รมว.ศึกษาธิการญี่ปุ่น ยืนยันการส่งเจ้าหน้าที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลแขวงกรุงโตเกียว เมื่อวันศุกร์ เพื่อขอให้มีการยุติการดำเนินงานของ สหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (เอฟเอฟดับเบิลยูพียู) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบสถ์แห่งความสามัคคี”


ทั้งนี้ หากศาลอนุมัติคำร้อง โบสถ์แห่งความสามัคคีจะสูญเสียสถานะได้รับการยกเว้นทางภาษี และสิทธิพิเศษทางกฎหมายอื่น แต่จะยังคงสามารถดำเนินการในฐานะองค์กรทางศาสนาได้ต่อไป


การดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นผลจากการที่นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ สอบสวนโบสถ์แห่งความสามัคคี ตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว จากกรณีสมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) “จำนวนมาก” มีความเชื่อมโยงกับโบสถ์แห่งความสามัคคี


อย่างไรก็ตาม คิชิดะยืนยันว่า ตัวเขาและพรรคแอลดีพี ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งนั้น “ไม่ว่าในทางใดก็ตาม” พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจกับการร้องเรียนของประชาชนจำนวนไม่น้อย ว่าการเข้าเป็นสมาชิกหรือให้การสนับสนุนโบสถ์แห่งนี้ กลายเป็นการ “สร้างภาระทางการเงิน” ในเวลาต่อมา


อนึ่ง โบสถ์แห่งความสามัคคีเป็นที่สนใจและจับตาของสังคมญี่ปุ่น นับตั้งแต่นายเทตสึยะ ยามากามิ ซึ่งก่อเหตุลอบสังหาร อดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2565 ให้การต่อตำรวจว่า แรงจูงใจมาจากความเชื่อว่า อาเบะมีความเกี่ยวข้องกับโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมารดาของยามากามิเป็นสมาชิก และบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ครอบครัวเกิดปัญหา.

เครดิตภาพ : AFP