ลี ซาซี หญิงชาวอเมริกันจากรัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังอยู่ในพื้นที่จัดงานเทศกาลดนตรีกลางแจ้ง ‘ซูเปอร์โนวา’ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนเขตฉนวนกาซา เมื่อกลุ่มหัวรุนแรงฮามาสบุกเข้าโจมตีผู้คนในงานด้วยกระสุนปืนและระเบิดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
ซาซี ให้สัมภาษณ์นักข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยเล่าถึงวิธีการที่เธอเอาตัวรอดจากการบุกกราดยิงของกลุ่มฮามาสมาได้ โดยการซ่อนตัวอยู่ข้างใต้ศพของลุงของเธอและเพื่อน
ซาซี เล่าว่าตอนแรกพวกเขากำลังสนุกกับงานปาร์ตี้และการถ่ายรูป เมื่อมองเห็นจรวดที่ยิงออกมาเหนือท้องฟ้า พวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมันดูเหมือนดอกไม้ไฟ
แต่หลังจากที่รู้ว่านี่คือการบุกโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธ พวกเขาก็รีบออกจากงาน มุ่งตรงไปยังสถานที่หลบระเบิดที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ก็เจอทหารฮามาสพร้อมอาวุธปืน เพื่อนของเธอที่ออกมายืนกันอยู่ตรงทางเข้าห้องหลบภัยหลายคนโดนยิง จากนั้นทหารกลุ่มฮามาสก็โยนระเบิดมือเข้ามา แรงระเบิดทำให้ลุงของ ซาซี เสียชีวิต เพราะเขาเอาตัวกันเธอไว้
นอกจากนี้ยังมีลูกพี่ลูกน้องของเธออีกคนหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์และหายตัวไป คาดว่าน่าจะโดนลักพาตัวไปโดยกลุ่มฮามาส
ซาซี เล่าว่าทหารของกลุ่มฮามาสหัวเราะชอบใจในระหว่างที่พวกเขาไล่ยิงคนที่มาดูคอนเสิร์ต เสียงของพวกเขาฟังเหมือนกำลังตื่นเต้นและสนุกสนาน เหมือนกับว่ารอมานานที่จะได้ฆ่าคน
ซาซี ซ่อนตัวอยู่นานหลายชั่วโมงใต้ศพที่กองทับถมกัน จนกระทั่งเธอได้รับการช่วยเหลือ เธอมีอาการหูดับไปข้างหนึ่งเนื่องจากเสียงปืนและระเบิดในบริเวณนั้นดังมาก

หญิงสาวเล่าว่าเธอตัดสินใจที่จะซ่อนตัวอยู่ใต้ศพที่กองรวมกันอยู่ในห้องหลบภัย ก็เพื่อป้องกันตัวเองจากการโดนระเบิดมือที่กลุ่มฮามาสขว้างใส่ไปทั่ว
“ทุกคนกำลังตายไปต่อหน้าต่อตาของฉัน” เธอเล่าและบรรยายว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนกองศพ แต่แล้วกลุ่มฮามาสก็เริ่มโยนระเบิดมือออกมาหลายลูก เธอจึงรีบมุดเข้าไปอยู่ใต้ศพเหล่านั้น เพื่อปกป้องตัวเอง พร้อมกับภาวนาให้คนมาช่วยตามสัญญาณขอความช่วยเหลือที่เธอส่งออกไปจากโทรศัพท์มือถือ
ซาซี ต้องอดทนซ่อนตัวอยู่ใต้กองศพไม่ต่ำกว่า 7 ชม. ท่ามกลางเสียงปืนและระเบิดที่ดังตลอดเวลา กว่าทีมช่วยเหลือจะตามหาเธอจนเจอและช่วยเหลือออกมา
ซาซี กล่าวว่าเธอหวังว่าโลกจะได้รับรู้เรื่องราวการรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์ของเธอและหวังว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
มีการประเมินว่าจำนวนผู้เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวาอยู่ที่ 3,500 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากการไล่ล่าสังหารของกองกำลังฮามาสราว 260 คนเป็นอย่างน้อย
ด้านคณะบริหารของประธานาธิบดีไบเดนระบุว่า มีชาวอเมริกันไม่ต่ำกว่า 20 คนที่ยังคงเป็นบุคคลสูญหายในอิสราเอล
ที่มา : thehill.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



