สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกผลิตภัณฑ์แกรไฟต์ แบบที่มีความบริสุทธิ์สูง มีความแข็งสูง และมีความเข้มข้นสูง ตลอดจนเกล็ดแกรไฟต์ธรรมชาติ โดยจะมีการตรวจสอบใบอนุญาตส่งออก “อย่างละเอียดภายใต้กฎหมายของจีน” ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2566


ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งให้เหตุผลประกอบการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว “เพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ” และไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ภูมิภาค หรือประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเจาะจง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการจะสามารถส่งออกสินค้าได้อย่างแน่นอน หากปฏิบัติตามกฎหมายของจีน


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกแกรไฟต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ครองสัดส่วนในตลาด 65% เมื่อปีที่แล้ว ตามรายงานของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) มีแนวโน้มส่งผลให้ราคาแกรไฟต์ในตลาดโลกแพงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากแกรไฟต์เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญ ของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสมาร์ตโฟน และยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า


อนึ่ง จีนใช้มาตรการแบบเดียวกัน ควบคุมการส่งออกแกลเลียมและเจอร์เมเนียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุหายากที่จีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ด้านข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เมื่อปี 2563 ระบุว่า ประมาณ 94% ของแกลเลียม และ 83% ของเจอร์เมเนียม ที่ใช้งานกันอยู่บนโลก ผลิตและส่งออกจากจีน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES