สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการกองทัพรัสเซีย ที่เมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเป็นการแวะระหว่างเดินทางจากเมืองเปียร์ม ในภูมิภาคเทือกเขายูรัล เพื่อกลับไปยังกรุงมอสโก
ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียรับฟังรายงานจาก พล.อ.วาเลอรี เกราซิมอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม เกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ที่กองทัพรัสเซียเปิดฉาก เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565
Vladimir Putin has arrived at the headquarters of the Russian Armed Forces in the city of Rostov-on-Don to hear the latest information on the progress of the special militarry op #Putin #Russia pic.twitter.com/09kqkapbLX
— Sputnik (@SputnikInt) October 20, 2023
Russian President Vladimir Putin visited the command post of the Russian armed forces in the southern Russian city of Rostov-on-don, where he was briefed about the special military operation, Kremlin spokesman Dmitry Peskov told reporters on Friday:https://t.co/cQyVPisnea pic.twitter.com/OxW1f02Y5R
— TASS (@tassagency_en) October 20, 2023
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของปูตินเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวในสัปดาห์นี้ ว่ากองทัพยูเครนใช้งานระบบขีปนาวุธทิ้งตัวทางยุทธวิธี “อะแทคซิมส์” (ATACMS) ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐ โดยระบบสามารถโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีปฏิเสธกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าการใช้งานเกิดขึ้นเมื่อใดและที่ใด ทั้งนี้ อะแทคซิมส์ มีระยะทำการสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐให้ข้อมูลว่า ระบบซึ่งยูเครนได้รับ มีพิสัยทำการสูงสุดประมาณ 165 กิโลเมตร
ขณะที่นายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า การที่สหรัฐมอบความสนับสนุนดังกล่าวให้แก่ยูเครน “เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง” และจะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมา กระนั้น ความสนับสนุนด้านอาวุธของฝ่ายตะวันตก ไม่มีผลต่อสถานการณ์สู้รบที่กำลังดำเนินอยู่.
เครดิตภาพ : AFP





