สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปยังศูนย์บัญชาการกองทัพรัสเซีย ที่เมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเป็นการแวะระหว่างเดินทางจากเมืองเปียร์ม ในภูมิภาคเทือกเขายูรัล เพื่อกลับไปยังกรุงมอสโก


ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียรับฟังรายงานจาก พล.อ.วาเลอรี เกราซิมอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม เกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ที่กองทัพรัสเซียเปิดฉาก เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของปูตินเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวในสัปดาห์นี้ ว่ากองทัพยูเครนใช้งานระบบขีปนาวุธทิ้งตัวทางยุทธวิธี “อะแทคซิมส์” (ATACMS) ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากสหรัฐ โดยระบบสามารถโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำ


อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีปฏิเสธกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าการใช้งานเกิดขึ้นเมื่อใดและที่ใด ทั้งนี้ อะแทคซิมส์ มีระยะทำการสูงสุดประมาณ 300 กิโลเมตร แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐให้ข้อมูลว่า ระบบซึ่งยูเครนได้รับ มีพิสัยทำการสูงสุดประมาณ 165 กิโลเมตร


ขณะที่นายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า การที่สหรัฐมอบความสนับสนุนดังกล่าวให้แก่ยูเครน “เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง” และจะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมา กระนั้น ความสนับสนุนด้านอาวุธของฝ่ายตะวันตก ไม่มีผลต่อสถานการณ์สู้รบที่กำลังดำเนินอยู่.

เครดิตภาพ : AFP