นายสตีฟ คาฟกา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ ของ กูเกิล เปิดเผยว่า กูเกิลได้ยกระดับความสามารถด้านความปลอดภัยของ กูเกิล เพลย์ โพรเทคท์ (Google Play Protect) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการสแกนแอปพลิเคชันที่อันตรายแบบเรียลไทม์ เมื่อติดตั้งแอปที่ไม่เคยผ่านการสแกนมาก่อน เพื่อช่วยตรวจหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ โดยการสแกน จะแยกสัญญาณสำคัญออกจากแอปและส่งไปยังโครงสร้างพื้นฐานแบ๊กเอนด์ของ กูเกิล เพลย์ โพรเทคท์ เพื่อการประเมินในระดับโค้ด เมื่อการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เสร็จสิ้น ผู้ใช้จะได้รับผลลัพธ์ของการสแกนที่จะแจ้งให้ทราบว่า แอปนั้นปลอดภัยหรืออาจเป็นอันตราย

“การเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนนี้ จะช่วยปกป้องผู้ใช้จากแอปประเภทโพลีมอร์ฟิกที่เป็นอันตรายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแอปประเภทนี้มักอาศัยวิธีการต่างๆ เช่น การใช้ปัญญาประดิษญ์หรือ เอไอ ในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อ หลีกเลี่ยงการตรวจจับ ซึ่งหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้คนอย่างมาก มีการดาวน์โหลดแอปในหมวดหมู่การเงิน เพิ่มขึ้นถึง 25% และคนใช้เวลามากกว่า 1 แสนล้านชั่วโมงไปกับแอปชอปปิง ดังนั้น การปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัยจากผู้ไม่ประสงค์ดี จึงมีความสำคัญมากกว่าเดิม”

นายสตีฟ กล่าวต่อว่า กูเกิล เพลย์ โพรเทคท์ เป็นการรักษาความปลอดภัยเชิงรุกในตัวที่คอยปกป้องอุปกรณ์แอนดรอยด์ ที่ใช้บริการ กูเกิล เพลย์ จากมัลแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยมีการสแกนแอป 1.25 แสนล้านแอปทุกวัน หากมีการตรวจพบแอปที่อาจเป็นอันตราย จะส่งการแจ้งเตือนถึงผู้ใช้ ไม่ให้คุณติดตั้งแอปนั้นบนอุปกรณ์ หรือปิดใช้งานแอปนั้นโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

“ปัจุบันมิจฉาชีพจะหาวิธีหลบหลีกการตรวจจับของระบบต่างๆ โดยใช้แอปใหม่ๆ ที่เป็นอันตรายซึ่งไม่ได้อยู่ใน กูเกิล เพลย์ เพื่อฝังโพลีมอร์ฟิกมัลแวร์ ลงในอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมัลแวร์ชนิดนี้มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเองได้ โดยเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้วิศวกรรมสังคม เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำสิ่งที่อันตราย เช่น การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ หรือการดาวน์โหลดแอปที่เป็นอันตรายจากแหล่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่แอปสโตร์อย่างเป็นทางการ และจะมีการแนบลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปที่เป็นอันตราย หรือให้ดาวน์โหลดโดยตรงผ่านแอปส่งข้อความ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมอบการปกป้องแก่ผู้ที่ใช้แอปที่ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก กูเกิล เพลย์ ด้วย” นายสตีฟ กล่าว