สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองมาเนาซ์ ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า นางลิเวีย ริเบโร ชาวเมืองมาเนาซ์ กล่าวว่า เธอได้ยินเรื่องภาพแกะสลักหินจากเพื่อน ๆ พร้อมกับยืนยันว่า เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน ทั้งที่อยู่เมืองนี้มานานถึง 27 ปีแล้วก็ตาม
โดยปกติ ผู้คนจะไม่สามารถพบเจอภาพแกะสลักหินเหล่านี้ได้ เนื่องจากมันจมอยู่ใต้แม่น้ำเนโกร แต่เนื่องจากระดับน้ำที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 121 ปี ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ภาพแกะสลักโบราณเหล่านี้ ปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง
แม้ภาพแกะสลักบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ สร้างความยินดีให้แก่นักวิทยาศาสตร์และประชาชนทั่วไป แต่มันก็ทำให้เกิดคำถามที่สร้างความไม่สบายใจเช่นกัน นั่นคือความกังวลที่ว่า แม่น้ำสายนี้จะอยู่รอดต่อไปในอีกกี่ปีข้างหน้า
อนึ่ง ภัยแล้งในภูมิภาคแอมะซอนของบราซิล อันเป็นผลจากปรากฏการณ์สภาพอากาศ “เอลนีโญ” ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงอย่างมาก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงสร้างความเสียหายต่อภูมิภาคที่พึ่งพาทางน้ำเหล่านี้ เพื่อการขนส่งและความต้องการขั้นพื้นฐาน
ด้านนายเจมี โอลิเวรา จากสถาบันมรดกทางประวัติศาสตร์แห่งบราซิล หรือ “อิฟาน” กล่าวว่า ภาพแกะสลักดังกล่าว “มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่ง” กับแหล่งโบราณคดีแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกพบเห็นครั้งแรกเมื่อปี 2553 ในช่วงฤดูแล้งที่ไม่รุนแรงเท่ากับตอนนี้
ทั้งนี้ ภาพแกะสลักหินส่วนใหญ่มีรูปใบหน้าของมนุษย์ โดยบางใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และบางใบหน้าเป็นรูปวงรี พร้อมด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม หรือเคร่งขรึม
Drought in Brazil's Amazon reveals ancient engravings https://t.co/H0HBOJkMwu
— Phys.org (@physorg_com) October 22, 2023
“ภาพเหล่านี้แสดงออกถึงอารมณ์ และความรู้สึก แม้มันเป็นบันทึกหินที่ถูกจารึกไว้ แต่มันก็มีบางอย่างที่เหมือนกับงานศิลปะในปัจจุบัน” โอลิเวรา กล่าวเพิ่มเติม
ขณะที่ นางเบียทริซ คาร์เนโร นักประวัติศาสตร์ และสมาชิกของอิฟาน ระบุว่า แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีคุณค่าที่ “ประเมินค่าไม่ได้” ในการทำความเข้าใจคนกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ แต่น่าเสียดายที่มันปรากฏอีกครั้ง พร้อมกับภัยแล้งที่เลวร้ายกว่าเดิม.
เครดิตภาพ : AFP








