วันนี้ (24 ต.ค.) ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. ในวันที่ 25 ต.ค. 66 นี้ ยังคงเป็นการประชุมแบบเปิดกว้างผ่านการกระจายเสียงสาธารณะตามระเบียบ ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมคณะกรรมการ กสทช. พ.ศ. 2555 ยกเว้นบางวาระที่ข้อมูลอาจเกิดผลเสียของบุคคลที่สาม ก็จะจำกัดจำนวนผู้ฟังที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคและประเทศชาติเป็นสำคัญ

สำหรับวาระสำคัญคือการควบรวมกิจการ ระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทในเครือ AIS กับ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจและมีความสำคัญ ต่อการประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ ประธาน กสทช. อนุญาตให้บรรจุเอกสารเพิ่มเติม ว่า ธุรกรรมนี้เข้าข่ายตามมาตรา 27(11) ของ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 หรือไม่ หากกรรมการ กสทช. พิจารณาแล้วเห็นว่าค่า HHI (Herfindahl-Hirschman Index) เกินมาตรฐาน 2500 ที่สะท้อนสัดส่วนการตลาดที่กระจุกตัว ก็ต้องกำหนดมาตรการเพื่อกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป

การประชุมครั้งนี้ ยังพิจารณา (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ณ ตำแหน่งวงโคจร 50.5 51 และ 142 องศาตะวันออก ในลักษณะจัดชุด (Package) ซึ่งเป็นการหาผู้ใช้ 2 วงจรดาวเทียมที่เหลือ และรักษาสิทธิของวงโคจรกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ต่อไป

สำหรับในส่วนของกระแสข่าวว่า บอร์ดจะมีการพิจารณา (ร่าง) ประกาศการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิตัลแบบ OTT นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการบรรจุวาระเนื่องจากร่างประกาศดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างพิจารณาแก้ไขและยังไม่ได้หารือในอนุกรรมการด้านกฎหมายและระเบียบ โดย กสทช. ได้ประสานไปยัง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่าการพิจารณาอย่างรอบคอบไม่มีผลกระทบการบังคับใช้ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และไม่ควรขัดต่อนโยบายรัฐบาล หรือเกินกว่าอำนาจหน้าที่ กสทช. จนส่งผลกระทบตลาดในภาพรวม

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ กล่าวต่อว่า การประชุมบอร์ด กสทช. แบบเปิดเผยต่อสาธารณะได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก จากพนักงาน กสทช. และประชาชน สะท้อนถึงการทำงานอย่างเที่ยงตรง คำนึงประโยชน์ส่วนรวม และไม่ใช้อคติส่วนตัวในการพิจารณา ช่วยสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับองค์กรแห่งนี้ เป็นที่พึ่งของผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมบอร์ดในวันที่ 25 ต.ค. นี้ ยังคงไม่มีวาระการปรับโครงสร้างองค์กร วาระการเลือกเลขาธิการ กสทช. คนใหม่ เพราะเคยการนำเสนอต่อคณะกรรมการ กสทช. มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนหรือสำคัญต่อสาธารณะหรือผู้ประกอบการ แต่หวังว่าจะมีโอกาสหารือ เมื่อการประชุมคณะกรรมการ กสทช. สามารถเดินหน้าไปได้ตามปกติ

ส่วนกรณีที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มองว่า การควบรวมกิจการ ทรูและดีแทค ส่งผลให้ค่าบริการสูงขึ้นและคุณภาพบริการลดลงนั้น ประธาน กสทช. ระบุว่า กสทช. ตระหนักถึงผู้บริโภคเป็นอันดับแรก และหวังจะมีดัชนีราคาโทรคมนาคมของประเทศ เป็นเครื่องมือชี้วัดมาตรฐานโดยเร็ว อีกทั้งปัจจุบันประชาชนมีอัตราการโทรลดลง ใช้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ดาต้า มากขึ้น จึงต้องพิจารณาประกอบกัน อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้ประสานงานไปยังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อหารือร่วมกันถึงข้อมูลดังกล่าวต่อไป