“โอกาสก็เหมือนอากาศ คือมีอยู่ทุกที่ ดังนั้นเราจึงต้องพร้อมอยู่เสมอ” เป็นแนวคิดในการทำธุรกิจให้เติบโตของ  “เจน-ชัชณี พฤกษ์ศลานันท์” ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมโปรตีนปราศจากน้ำตาลแลคโตสพร้อมดื่มเจ้าแรกของประเทศไทย ที่บอกเล่าแนวคิดนี้ไว้ ที่วันนี้คอลัมน์นี้นำกรณีศึกษาเรื่องนี้นำมาให้พิจารณากัน…

ชัชณี พฤกษ์ศลานันท์

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายนี้ เล่าว่า ธุรกิจของเธอเป็นผู้ผลิตนวัตกรรมเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์  Hooray! (ฮูเร่!) โดยมีสินค้ากลุ่มนมโปรตีนสูงวางจำหน่ายในตลาด รวมถึงในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ด้วย โดยเธอตั้งเป้าไว้ว่าจะยกระดับสินค้าจากการเป็นเอสเอ็มอีไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์นมโปรตีนของเอเชียให้ได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากเห็นโอกาสที่สามารถใช้เป็นจุดเปลี่ยนธุรกิจได้ อนึ่ง เธอได้เล่าย้อนถึงที่มาของแบรนด์ให้ฟังว่า ธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว หรือราวปี 2558 จากความต้องการที่จะปลดล็อกข้อจำกัดของการทานเวย์โปรตีน ทั้งเรื่องรสชาติที่ไม่ถูกปาก ไม่หลากหลายทั้งยังยุ่งยากในการรับประทาน เพราะผลิตภัณฑ์รูปแบบเดิม ผู้บริโภคต้องนำมาผสมน้ำเอง ทำให้เธอกับสามีคือ ต้น-วงษ์เดช เอี่ยวสานุรักษ์ มีแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์นมโปรตีนสูงพร้อมดื่มขึ้นมา โดยใช้เวลาศึกษาค้นคว้าควบคู่กับการทำวิจัยนานกว่า 1 ปี จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือ Better Shake ในที่สุด

ส่วนในด้านการตลาดนั้น เธอบอกว่า ทำการตลาดผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาด จนกระทั่งมีโอกาสไปร่วมงาน THAIFEX เมื่อปี 2560 ทำให้มีโอกาสได้เจอกับทีมบริหารผลิตภัณฑ์และจัดซื้อของเซเว่นฯ จนนำมาสู่ความร่วมมือกัน และเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ Protein Shake เมื่อปี 2564 ที่ทำให้ยอดขายของเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเธอเล่าย้อนเรื่องนี้ว่า ช่วงค้นหาไอเดียของผลิตภัณฑ์ใหม่ เธอมองว่าแบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องเข้าใจความต้องการผู้บริโภคในหลาย ๆ กลุ่ม โดยไม่ควรจำกัดแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนั้น ก็ยังต้องทำสินค้าให้มีคุณภาพ คนหาซื้อได้ง่าย และมีราคาที่จับต้องได้ โดยเธอได้เผย “เคล็ดลับ” ที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จว่า หลัก ๆ ก็จะใช้แนวคิดต่าง ๆ ดังนี้ 1.ใช้นวัตกรรมสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยไม่แค่เพียงช่วยทำให้ได้สินค้าใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจได้ด้วย 2.ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยตลาด เพราะทำให้มีข้อมูลเพื่อนำมาใช้พัฒนาสินค้าอื่น ๆ และสุดท้าย 3.การเปิดรับไอเดียของคนรุ่นใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่ถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต จึงไม่ควรปิดกั้นความคิดคนกลุ่มนี้ …และนี่เป็นแนวคิดที่น่าสนใจของผู้ประกอบการรายนี้ ที่เอสเอ็มอีสาขาอื่น ๆ น่าจะนำไปปรับใช้ได้.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]