สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่านางโยเชเว็ด ลิฟชิตซ์ อายุ 85 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสองตัวประกัน ที่กลุ่มฮามาสปล่อยตัวออกจากฉนวนกาซา เมื่อวันอังคาร พร้อมนางนางนูริต คูเปอร์ อายุ 79 ปี เปิดใจกับสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ เกี่ยวกับประสบการณ์นานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งต้องอยู่ในความควบคุมของกลุ่มฮามาส


ลิฟชิตซ์กล่าวว่า กลุ่มฮามาสบุกเข้ามาที่เมืองนีร์ ออซ คิบบุตซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรม ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ไม่ห่างจากเขตแดนฉนวนกาซา แล้วจับเธอซ้อนจักรยานยนต์คันหนึ่ง ระหว่างนั้น สมาชิกกลุ่มฮามาสทุบตีเธอ แม้สะโพกของเธอไม่หัก แต่ยังคงรู้สึกเจ็บมากจนถึงตอนนี้


ลิฟชิตซ์กล่าวว่า เมื่อผ่านเข้าไปในฉนวนกาซา เธอรู้สึกว่า รั้วกั้นพรมแดนราคามหาศาลที่รัฐบาลอิสราเอลทุ่มงบประมาณก่อสร้างนั้น ไม่สามารถขัดขวางกลุ่มฮามาสได้เลย ขณะที่เมื่อถึงสถานที่คุมขัง เธอบรรยายว่า “เป็นอุโมงค์ใต้ดินที่นุ่มและเปียกชื้น” สมาชิกกลุ่มฮามาสพาเธอเดินเป็นระยะทางประมาณ 2-3 กิโลเมตร ตลอดทางเธอรู้สึกว่า สถานที่ใต้ดินแห่งนี้เป็นเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซับซ้อนและยาวมาก ไม่ต่างอะไรกับใยแมงมุมระโยงระยางหลายชั้น

นางโยเชเว็ด ลิฟชิตซ์ วัย 85 ปี นั่งรถเข็นมายังพื้นที่แถลงข่าว ในกรุงเทลอาวีฟ หลังได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาส ซึ่งควบคุมตัวเธอไว้นาน 2 สัปดาห์


ลิฟชิตซ์กล่าวต่อไปว่า กลุ่มฮามาสที่จับตัวเธอมา นำตัวเธอเดินไปถึงห้องโถงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง พบกับตัวประกันคนอื่นอีกประมาณ 25 คน หลังจากนั้น เธอพบกับสมาชิกฮามาสอีกกลุ่ม ซึ่งกล่าวว่า จะไม่ทำร้ายเธอและตัวประกันที่เหลือ “ตามความเชื่อในพระคัมภีร์”


หลังจากนั้น เธอและตัวประกันอีก 4 คน ซึ่งมาจากเมืองนีร์ ออซ คิบบุตซ์ ด้วยกัน ถูกย้ายไปยังห้องหนึ่ง ค่อนข้างสะอาด มีฟูกให้นอน และมีห้องน้ำ ซึ่งสมาชิกกลุ่มฮามาสคอยทำความสะอาดให้ มีแพทย์ของกลุ่มฮามาสมาไต่ถามอาการทุก 2-3 วัน


ลิฟชิตซ์กล่าวด้วยว่า กลุ่มฮามาสเอาใจใส่ตัวประกัน ให้รับประทานอาหารแบบเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นขนมปังพิต้า ครีมชีส และแตงกวา และยังมีสมาชิกหญิงของกลุ่มฮามาสคอยดูแลสุขอนามัยของตัวประกันที่เป็นหญิงด้วย บ่งชี้ว่า การลักพาตัวนั้น “มีการวางแผนเตรียมการเป็นอย่างดี”


เมื่อมีการถามว่า เพราะเหตุใดจึงจับมือกับสมาชิกกลุ่มฮามาสที่มาส่ง ลิฟชิตซ์กล่าวว่า เพราะอีกฝ่าย “เป็นมิตรและสุภาพ” สามารถคุยด้วยได้ทุกเรื่อง แต่เธอเลี่ยงคุยเรื่องการเมืองกับอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้ตึงเครียด


อย่างไรก็ตาม ลิฟชิตซ์กล่าวว่า ชีวิตตลอดระยะเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “ราวกับอยู่ในขุมนรก” และแสดงความหวังว่า ตัวประกันทุกคนที่เหลืออยู่ รวมถึงสามีของเธอ จะได้รับอิสรภาพในเร็ววัน.

เครดิตภาพ : AFP