สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย ปิดการรับสมัคร ผู้มีคุณสมบัติชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี ในการเลือกตั้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 ก.พ. 2567 โดยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 ที่มีผู้สมัคร 3 คน ได้แก่ นายอานิส บาสเวดาน อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา ลงสมัครในนามอิสระ นายกันจาร์ ปราโนโว อดีตผู้ว่าการจังหวัดชวากลาง จากพรรคประชาธิปไตยอินโดนีเซีย-การต่อสู้ (พีดีไอ-พี) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบัน และ พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จากพรรคขบวนการอินโดนีเซียก้าวหน้า หรือพรรคเกอรินทรา

ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นจากแทบทุกสำนักเป็นไปในทางเดียวกัน ว่า พล.ท.ซูเบียนโต มีโอกาสสูงที่จะได้รับชัยชนะ เนื่องจากผู้ที่ลงสมัครคู่กันในตำแหน่งรองประธานาธิบดี คือนายกีบราน ราคาบูมิง รากา นายกเทศมนตรีเมืองสุรากาตาร์ บุตรชายวัย 36 ปี ของประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนในระดับสูง แต่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบสองสมัยแล้ว

อย่างไรก็ตาม คะแนนนิยมของปราโนโวตามมาแบบรดต้นคอ เนื่องจากการลงสมัครของกีบราน เป็นที่วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย เนื่องจากเกิดขึ้นหลังศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียมีคำพิพากษา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าบุคคลมีอายุยังไม่ถึง 40 ปี สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี หรือรองประธานาธิบดี หากเคยได้รับการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น จึงเกิดการครหาว่า เป็นการปูทางเพื่อการสืบทอดอำนาจของตระกูลวิโดโดหรือไม่
#BreakingNews
— CNN Indonesia Daily (@CNNIDdaily) October 25, 2023
Pasangan bakal calon presiden dan calon wakil presiden Prabowo Subianto dan Gibran Rakabuming Raka resmi mendaftar ke Komisi Pemilihan Umum (KPU). https://t.co/ns6OyEQSsE pic.twitter.com/UKNPfDojXM
ด้านวิโดโดยืนกรานว่า การคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นอำนาจชอบธรรมและดุลพินิจของพรรคการเมืองแต่ละพรรค และผู้สมัครแต่ละคน รวมถึงตัวบุตรชายของเขา ที่ผู้นำอินโดนีเซียยืนยันว่า กีบรานตัดสินใจเอง ที่ไปลงสมัครคู่กับ พล.ท.ซูเบียนโต แม้อยู่คนละพรรคก็ตาม โดยกีบรานเป็นสมาชิกพรรคพีดีไอ-พี.
เครดิตภาพ : AFP



