เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ “GISTDA” ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในงาน Thailand Space Week 2023 “FOSTERING GLOBAL VALUE CHAIN” เชื่อมไทยสู่อุตสาหกรรมอวกาศโลก หรือ “สัปดาห์อวกาศแห่งชาติ” ประจำปี 66 โดย นายอนุทิน ได้ให้เกียรติปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Connecting Thailand Global Community with New Space Economy” เชื่อมโยงประเทศไทยสู่ประชาคมโลกด้วยเศรษฐกิจอวกาศใหม่ ณ Plenary Hall 1-2 ชั้น 1 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกวันนี้สินค้าและบริการด้านอวกาศกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เราสามารถใช้ดาวเทียมนำทางในการค้นหาเส้นทางที่เร็วและสะดวกที่สุดในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เกษตรกรสามารถตรวจสอบสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูกที่ดีที่สุดผ่านดาวเทียมสำรวจโลก ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันท่วงทีจากอินเทอร์เน็ตดาวเทียม รวมทั้งการใช้ดาวเทียมโทรคมนาคม ในการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลมากยิ่งขึ้น และที่กล่าวไปนั้น เป็นเพียงประโยชน์เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เราได้รับจากการพัฒนาบริการด้านอวกาศในปัจจุบัน

รัฐบาลได้ประกาศนโยบายซึ่งมุ่งเป้าหมายในเรื่องการขับเคลื่อนประเทศให้เดินไปข้างหน้า โดยหนึ่งในเสาหลักคือความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศไทยผ่านเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน “อวกาศ” ซึ่งเป็นรากฐานของความพยายามในการนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ รัฐบาลจะใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลสำหรับประชาชนไทยทุกคนเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่ดีและยั่งยืน ประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากประเทศสำรวจอวกาศชั้นนำมากกว่า 25 ประเทศ โดยการเติบโตของประเทศไทยจะเชื่อมโยงกับการเติบโตของทุกประเทศ และความร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถกำหนดอนาคตที่ดีกว่าในด้านอวกาศและการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับประเทศไทย มนุษยชาติ และคนรุ่นต่อไป

มีรายงานด้วยว่า ในงานดังกล่าว GISTDA ร่วมกับศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ (US Space & Rocket Center – USSRC), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ บริษัท ซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด (ZMT) เปิดตัวทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศ หรือ Discover Astronauts’ Scholarship – DAS รุ่นที่ 4 โดยมีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ส่งผู้แทนจากศูนย์การบินอวกาศนายพลมาร์แชลล์ (NASA’s Marshall Space Flight Center) เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิด ณ Plenary 1-2 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทางด้าน ดร.ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล รองผู้อำนวยการ GISTDA เปิดเผยว่า GISTDA พร้อมสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่ และเราได้ทำ DAS มาอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 4 และรับทราบจากนายกฤษณ์ คุนผลิน ผู้แทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ และผู้ก่อตั้งทุน DAS ว่า ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศรุ่นที่ 4 แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมา 2 ประการ คือ มีการตัดคำว่า “ไทย” ออก เพื่อเปิดให้เป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนไทยได้มีโอกาสเข้าแข่งขันกับนักเรียนจากชาติต่าง ๆ ทั่วโลกและมีการวางแผนให้มีทุนในระดับภูมิภาคที่แยกออกจากการแข่งขันในระดับประเทศ เนื่องจาก 8 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนที่ชนะการแข่งขันในระดับชาติมักจะอยู่ในกลุ่มโรงเรียนเดิม ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และโรงเรียนที่เก่งด้าน STEM ใน จ.ระยอง เท่านั้น เราจึงได้แก้ไขระบบเพื่อให้เกิดการกระจายโอกาส และสร้างความเท่าเทียมให้กับกลุ่มเยาวชนที่สนใจด้านอวกาศ สำหรับรายละเอียดโครงการฯ จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ และสามารถติดตามได้ทางเพจ GISTDA

ทั้งนี้ ทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศ หรือ DAS ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เมื่อปี 58 การคัดเลือกมี 2 ขั้นตอน โดยในขั้นตอนแรก ผู้สมัครต้องสอบแข่งขันในระบบการสอบที่ปัจจุบันมีชื่อว่า STEM Standard Test (SST) ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 24 คนแรก จะได้รับโอกาสให้แข่งขันในรอบสุดท้ายใน STEAM CAMP โดยแข่งขันด้าน STEAM-Space ที่วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ (IAAI) ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน

โดยการคัดเลือกในรอบสุดท้ายจะใช้ระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยนักเรียนที่ได้คะแนนเลือกตั้งสูงที่สุดจากผู้แข่งขันและกรรมการจะได้รับทุนการศึกษาตามลำดับในการไปเรียนด้านการสำรวจอวกาศเบื้องต้นที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (U.S. Space & Rocket Center and NASA Visitor Center) ในมลรัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 11 วัน