ร้านขายรองเท้าและอุปกรณ์กีฬา ‘ดิสแทนซ์’ แห่งกรุงปารีส เปิดโปรโมชั่นแหวกแนว โดยเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาขโมยของในร้าน ตามสโลแกน “ROB IT TO GET IT” ในวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา

เงื่อนไขของทางร้านก็คือ ลูกค้าสามารถเข้ามาหยิบฉวยสินค้าใด ๆ ในร้านได้ตามใจชอบ จากนั้นก็ต้องวิ่งหนีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำร้านให้ได้ ถ้าหากหนีพ้น ก็สามารถนำสินค้าชิ้นนั้นกลับบ้านไปได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายเงิน

ทว่า พนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านในชุดดำ สวมปลอกแขนสีส้มในวันนั้น คือหนึ่งในนักกีฬาชายที่วิ่งเร็วที่สุดในฝรั่งเศส ‘เมบา มิกคาเอล เซเซ’ ผู้กำลังอยู่ระหว่างเตรียมตัวแข่งขันโอลิมปิก 2024 และสามารถวิ่งระยะสั้น 100 เมตร ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที 

เหตุการณ์ลูกค้าที่ขโมยของ และมี เซเซ วิ่งไล่ตาม รวมถึงจำนวนผู้แพ้-ชนะของทางร้าน ได้กลายมาเป็นคลิปวิดีโอโฆษณาของร้านในภายหลัง ตามแนวคิดของบริษัทเอเยนซี่โฆษณา ที่เสนอให้จ้าง เซเซ และจัดแคมเปญดังกล่าวขึ้น

ลอรี ซิโกต์ หนึ่งในลูกค้า 74 คน ที่วิ่งหนี เซเซ ไม่ทัน ให้สัมภาษณ์ว่า ในตอนแรก เธอคิดว่ามันเป็นแค่มุกตลกที่แกล้งกันเล่น 

ตลอดวันนั้น มีผู้ชนะเพียง 2 คน และทางร้านก็มอบสินค้าให้ผู้ชนะไปแบบฟรี ๆ แต่เมื่อเทียบกับผลที่ได้จากการโฆษณาแล้ว นับว่าคุ้มค่ามาก

ฝ่าย เซเซ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า แนวคิดของเกมนี้ ทำให้เขาคิดถึงเกมวิ่งไล่จับที่เคยเล่นตอนเด็ก ๆ และเขาใช้ความเร็วเพียง 1 ใน 3 ของความเร็วสูงสุดที่เขาวิ่งได้ เพื่อไล่จับลูกค้าส่วนใหญ่ ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นวันที่เขาเหนื่อยมาก หลังจากที่ต้องวิ่งไล่คนหลายสิบติดต่อกันหลายชั่วโมง

แนวคิดของแคมเปญโฆษณาดังกล่าว สะท้อนปัญหาการลักขโมยและบุกปล้นสินค้าในร้านค้าต่าง ๆ ในสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าของความสูญเสียหลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปี เฉพาะในปีที่แล้ว มูลค่าของสินค้าที่โดนปล้นไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ร้านค้าสาขาต่าง ๆ ทยอยปิดตัวลง

การบุกปล้นร้านค้าอย่างอุกอาจ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะกลุ่ม แก๊ง หรือรวมตัวกันปล้นในระยะสั้นแบบ “แฟลชม็อบ” กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของวงการค้าปลีกอเมริกัน บางบริษัทถึงกับต้องติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทค เพื่อรบกวนแก๊งมิจฉาชีพ เช่น เครื่องปล่อยหมอก/ควัน เพื่อทำลายทัศนวิสัยของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม แนวคิดโฆษณาชิ้นนี้ของร้าน ดิสแทนซ์ นับว่าขัดต่อระเบียบปฏิบัติของพนักงานประจำร้านค้าในสหรัฐ ซึ่งสั่งห้ามพนักงานวิ่งไล่ตามคนร้าย เนื่องจากถือว่าการเผชิญหน้าหรือปะทะกับคนร้ายโดยตรง เป็นการกระทำที่อาจเสี่ยงอันตรายและนำไปสู่การใช้ความรุนแรงได้

ที่มา : businessinsider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES