สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราติสลาวา ประเทศสโลวาเกีย เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่า นายโรเบิร์ต ฟิโก นายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย แถลงต่อสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลจะไม่มอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครนอีกต่อไป โดยจะเหลือเพียงการมอบความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมเท่านั้น และเรียกร้องสหภาพยุโรป (อียู) “ปรับเปลี่ยนบทบาท” จากการเป็น “ผู้สนับสนุนอาวุธ” เป็น “ผู้สนับสนุนสันติภาพ”
อนึ่ง สโลวาเกียเพิ่งเปลี่ยนรัฐบาล ตามผลการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาลชุดก่อนหน้าแสดงบทบาท ในฐานะสมาชิกประเทศแรกขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่มอบความสนับสนุนเป็นเครื่องบินรบ ให้แก่ยูเครน
#BREAKING Slovakia announces the end of military aid to Ukraine⬇️https://t.co/mBfqM2QEz6
— euronews (@euronews) October 26, 2023
ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยคีลในเยอรมนี ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 สโลวาเกียมอบความช่วยเหลือทางทหารให้แก่ยูเครนไปแล้ว 680 ล้านยูโร (ราว 26,017.27 ล้านบาท) ถือว่า มากเป็นลำดับต้นของอียู เนื่องจากมีสัดส่วนคิดเป็น 0.65% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รองจากนอร์เวย์ เดนมาร์ก และโปแลนด์
อย่างไรก็ตาม นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า การยุติมอบความสนับสนุนทางทหารของสโลวาเกียต่อยูเครน “ไม่มีผลมากนักในทางปฏิบัติ” แม้เป็นประเทศที่ประกาศตามหลังโปแลนด์ ซึ่งกล่าวเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ว่าจะยุติมอบความสนับสนุนด้านอาวุธเพิ่มเติมให้แก่ยูเครน
ด้านประธานาธิบดีอันด์แซย์ ดูดา ผู้นำโปแลนด์ เปรียบเทียบยูเครน “เหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำ แล้วดึงคนที่ช่วยเหลือให้จมลงไปพร้อมกัน”.
เครดิตภาพ : AFP



