สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า เพนซ์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ในการประชุมประจำปีของกลุ่มพันธมิตรชาวยิวรีพับลิกัน (อาร์เจซี) ที่เมืองลาสเวกัส ทว่าสาธารณชนกลับต้องตกใจ เมื่อเพนซ์ใช้โอกาสนี้ ประกาศยกเลิกการรณรงค์หาเสียง ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2567

“มันชัดเจนสำหรับผม มันไม่ใช่เวลาของผม” เพนซ์ กล่าว “หลังจากการสวดภาวนา และไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ผมจึงตัดสินใจหยุดการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี”

แม้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แต่การสิ้นสุดของความพยายามของเพนซ์ ในการสู้ศึกเลือกตั้งเก้าอี้ผู้นำสหรัฐ กับนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นเพียง “เรื่องของเวลา” เท่านั้น

อนึ่ง เพนซ์ยืนหยัดเคียงข้างทรัมป์ด้วยความจงรักภักดีอย่างไม่มีข้อกังขามานาน 4 ปี แม้ทำเนียบขาวต้องเผชิญกับการถอดถอน เรื่องอื้อฉาวด้านจริยธรรม และอัตราการลาออกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็ตาม แต่เมื่อทรัมป์กดดันให้เพนซ์ก้าวไปอีกขึ้นหนึ่ง นั่นคือ การช่วยล้มล้างชัยชนะอันชอบธรรมของไบเดน ในการเลือกตั้งปี 2563 เขากลับแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย

แม้เพนซ์จะเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ และมีประสบการณ์การทำงานหลายปีในรัฐบาลวอชชิงตัน แต่การรณรงค์หาเสียงของเขากลับไม่มีความโดดเด่น และถ้าเขาไม่ถอนตัว เพนซ์จะต้องเผชิญกับความอัปยศ จากการไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการปราศรัย ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ในวันที่ 8 พ.ย. นี้ เนื่องจากไม่มีเสียงสนับสนุนมากพอ

การถอนตัวของเพนซ์ ทำให้นายรอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา และคู่แข่งหลักของทรัมป์ มีโอกาสเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในการเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน แม้ว่าเขาจะถูกมองว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเอาชนะทรัมป์ “เพียงเล็กน้อย” เช่นกัน

ทั้งนี้ เดอซานทิส โพสต์บนแพลตฟอร์ม “เอ็กซ์” ไม่นานนักหลังการประกาศถอนตัวของเพนซ์ว่า อดีตรองผู้นำสหรัฐเป็นผู้มีศรัทธาที่มีหลักการ ซึ่งเขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อพัฒนาแนวคิดอนุรักษนิยม.

เครดิตภาพ : AFP