เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แบบลุงๆ ป้าๆ ในตลาดบอกว่า “ได้เมื่อไรบอกแล้วกัน” (แต่ด่าลับหลังว่าตอนหาเสียงบอกทำทันที) ก่อนหน้านี้ก็มีการเชิญตัวแทนฝ่าย กกต. มาชี้แจงว่า “ทำไมไม่ตรวจสอบเรื่องที่มาของเงินและความคุ้มค่าโครงการ” ได้คำตอบแบบครอบจักรวาลว่า “ไอ้ที่แต่ละพรรคเสนอมา มันตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งนั้น”

จบ..สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง สรุปว่า เรื่องให้ตรวจสอบที่มาของเงินและความคุ้มค่าของโครงการ เขียนไว้เป็นพิธีการเท่านั้น แบบนี้เขียนอะไรก็ได้ พอถามถึงเงิน บอกตัดงบประมาณจากโน้นนี่มาโปะงบกลางแล้วไปใช้ในโครงการหาเสียง แบบนี้ตรวจสอบไป ประชาชนก็ไม่ได้อะไรหรอก นอกจากฟังนักการเมืองโม้จนเมา

อีกเรื่องนโยบายเร่งด่วนที่เขาว่าจะทำ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าจะเป็นพิธีกงเต๊กพอๆ กัน คือยังจะมีการตั้งกรรมการรับฟังความเห็นอะไรไม่รู้ชื่อย้าว..ยาว โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ศึกษาว่า จะต้องทำประชามติกี่ครั้ง ทั้งที่เอาจริง ไปแก้ ม.256 ให้ตั้ง ส.ส.ร. หลัง สว. ชุดนี้หมดวาระเอาก็ได้

นายจเด็จ อินสว่าง สว. ตั้งข้อสังเกตว่า คำถามหนึ่งที่ไม่ค่อยได้พูดให้ประชาชนทราบว่า จะแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม ประชาชนได้ประโยชน์อะไร เรื่องปากท้อง เศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ ก็เห็นเหมือนแก้เอามันทั้งนั้น แถมตอนนี้สังคมไทยก็สงบสุข อยู่ดีๆ จะปลุกให้เกิดความแตกต่างทางความคิดขึ้นมาอีก จะทำประชามติ เลือก ส.ส.ร. ก็ใช้เงินเยอะ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเสนอเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ นายจเด็จ กล่าวว่า ถ้าแก้รายมาตราก็จะอภิปรายว่า ในแต่ละมาตราที่จะแก้นั้น เป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ หากแก้ทั้งฉบับก็ไม่เอาด้วย และมี สว. ค่อนสภาที่คิดแบบนี้ ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า และหมวด 1, 2 มี 38 มาตรา หลีกเลี่ยงจะไม่ให้กระทบยาก

อย่างไรก็ตาม เรื่องแก้รัฐธรรมนูญมันก็ยังเป็นเรื่องสองคนยลตามช่อง เช่น บางคนหวังว่าจะมีเรื่องการกระจายอำนาจมากขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่พอพูดกันก็เถียงกันอีกว่า จะทำให้เกิดการเอื้อเปิดเขตปกครองพิเศษแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ บางคนก็ว่า การแก้รัฐธรรมนูญนี้ เพราะมันไม่ถูกใจนักการเมืองเท่านั้นแหละ เรื่องที่มานายกฯ

ส่วนการเลือก ส.ส.ร. มีผู้ทำนายว่า “เพื่อไทยคงต้องยื้อไว้ก่อน รอจนมั่นใจได้ว่า ส.ส.ร. ต้องไม่ใช่คนจากพรรคก้าวไกล” หลังจากเกิดข้อครหาตระบัดสัตย์ เกิดกรณีนางแบก ไล่ด่าคนเห็นต่างไปทั่ว ทั้งที่บางเรื่องรัฐบาลก็บ้ง..เชื่อเถอะว่า ส.ส.ร. ก็มีการเมืองหนุนหลังเหมือนเลือกท้องถิ่น ดังนั้น นักการเมืองต้องทำไงก็ได้ ให้ “รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา”

แล้วแบบไหนที่ “รัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อพวกเรา” เรื่องแรกที่น่าสนใจจับตามอง คือ การเลือกนายกฯ จะใช้ระบบปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรคเบอร์ 1 เป็นนายกฯ อัตโนมัติหรือไม่? ถ้าใช้เรื่องนี้ ในกระแสความเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองของเพื่อไทยขณะนี้ เห็นทีว่า เพื่อไทยเสียเปรียบก้าวไกล ท่ามกลางการแบ่งขั้วเพื่อไทยขวา ก้าวไกลซ้าย

ความอยากเปลี่ยนแปลงการเมือง การเห็นความไม่ชัดเจนของการดำเนินนโยบายของเพื่อไทย รวมถึงการไปจับมือพรรคสองลุง ทำให้พอใกล้เรื่องตั้ง ดิจิทัลฟุตพรินต์เหล่านี้กลับมาหลอนเพื่อไทยแน่ วิธีที่ปลอดภัยคือ ใช้ระบบวิ่งรวมเสียงเอาหลังเลือกตั้ง แล้วให้ใช้เสียงข้างมากในสภาโหวตนายกฯ อาจพอล็อบบี้ได้

เชื่อว่า เพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำ ก้าวไกลเอาคืนใช่น้อยแน่ เรื่อง “กล่องดวงใจเพื่อไทยบนชั้น 14” ก็อาจถูกตีแผ่.