โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต หลายคนอาจมีความผิดปกติของหัวใจโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอาการในระยะแรกอาจค่อย ๆ เกิดขึ้น และถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการทำงาน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ผศ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำให้หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย รู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ สัญญาณเตือน “หัวใจเริ่มมีปัญหา” ที่ไม่ควรมองข้าม
1. แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก อาการอาจเป็นลักษณะรู้สึกแน่น จุก หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอกหรือค่อนไปทางซ้าย บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปยังกราม คอ หลัง ไหล่ หรือแขน โดยมักเกิดขณะออกแรงหรือทำกิจกรรม และอาการอาจทุเลาลงเมื่อหยุดพัก
อาการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือด จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้น มีความถี่มากขึ้น หรือมีความรุนแรงกว่าเดิม
2. เหนื่อยง่ายหรือหายใจลำบากผิดปกติ หากพบว่าตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ทั้งที่ทำกิจกรรมในระดับเดิม เช่น เดินขึ้นบันไดหรือเดินเป็นระยะทางสั้น ๆ แล้วเหนื่อยมากผิดปกติ ควรสังเกตอาการและพิจารณาเข้ารับการตรวจ
นอกจากนี้ หากมีอาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่สะดวก ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม
3. ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ บางคนอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นรัว เต้นสะดุด หรือเต้นช้าผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน หากอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดร่วมกับอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก วิงเวียน หรือหน้ามืด ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ
4. วูบ เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดบ่อย อาการวูบหรือเป็นลมอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานของหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ผู้ที่มีอาการเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการร่วมกับใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยหอบ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
5. เท้า ข้อเท้า หรือขาบวม หากพบว่าข้อเท้า เท้า หรือขาทั้งสองข้างบวม โดยเฉพาะลักษณะบวมที่กดแล้วบุ๋ม อาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตาม อาการบวมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด.
หากมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับเหงื่อออกมาก ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยหอบ หน้ามืด หรือปวดร้าวไปยังแขน คอ กราม หรือหลัง ไม่ควรรอดูอาการหรือคิดว่าเดี๋ยวคงหายเอง แต่ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว การดูแลหัวใจไม่จำเป็นต้องรอจนมีอาการ แต่สามารถเริ่มได้จากการตรวจ
.
ขอบคุณข้อมูลจาก : เวบไซด์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



