สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวระหว่างการร่วมงาน ซึ่งประกาศให้จังหวัดกำปงสปือ ที่ตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนล่าง เป็นจังหวัดปลอดทุ่นระเบิดลำดับที่ 13 ของประเทศ จากทั้งหมด 25 จังหวัด เรียกร้องประชาคมนานาชาติและกลุ่มผู้บริจาค ร่วมกันสนับสนุนกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ในการเดินหน้าบรรลุเป้าหมายปลอดทุ่นระเบิด


อนึ่ง 12 จังหวัดที่ได้รับการประกาศว่าปลอดทุ่นระเบิดก่อนหน้านี้ ได้แก่ สตรึงเตรง แกบ ไพรแวง พระสีหนุ ตะบองขมุม กำปงจาม สวายเรียง กำปงชนัง กันดาล ตาแก้ว กำปอด และกรุงพนมเปญ


ทั้งนี้ กัมพูชาเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุด จากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม (อีอาร์ดับเบิลยู) โดยคาดว่ามีทุ่นระเบิดและอาวุธอื่น ๆ จากสงครามและความขัดแย้งภายใน ที่สิ้นสุดปี 2541 ถูกทิ้งไว้ราว 4-6 ล้านลูก


ขณะที่ข้อมูลจาก องค์การปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือเหยื่อแห่งกัมพูชา ระบุว่า ระหว่างปี 2522 จนถึงเดือน ส.ค. 2566 วัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม คร่าชีวิตประชาชน 19,822 ราย และทำให้บาดเจ็บหรือแขนขาด้วน 45,209 ราย กัมพูชาจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย เพราะวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามสูงสุด


นับตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปัจจุบัน มีการกำจัดทุ่นระเบิดและวัตถุตกค้างจากสงครามบนพื้นที่ 2,795 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนราว 11 ล้านคน ทว่ากัมพูชายังต้องกำจัดทุ่นระเบิดที่เหลือ บนพื้นที่ 538 ตารางกิโลเมตร ภายในปี 2568.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA