นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า การทำงานของ วธ. ต่อจากนี้ ฝ่ายการเมืองจะเป็นทีมกำหนดนโยบาย และให้ทางกระทรวง กรม หรือส่วนที่เกี่ยวข้องทำงานควบคู่กันไป โดยมอบหมายให้ทีมการเมืองทำงานร่วมกับกรมและหน่วยงานในสังกัด วธ. ได้แก่ 1.นายพลภูมิ เกียรติภูมิประเทศ ผู้ช่วยประจำ รมว.วธ. ดูแลและประสานงานร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) พร้อมประสานงานภาพรวมทั้งภายในและภายนอก วธ. 2.น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เลขานุการ รมว.วธ. ดูแลและประสานงานร่วมกับกรมศิลปากร และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) และประสานงานทั้งภายในและภายนอก วธ. 3.น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ที่ปรึกษา รมว.วธ. ดูแลและประสานงานร่วมกับกรมการศาสนา (ศน.) และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 4.นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ที่ปรึกษา รมว.วธ. ดูแลและประสานงานร่วมกับศูนย์มานุษวิทยาสิริณธรและกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และงานด้านกฎหมายของผู้ตรวจราชการในสังกัด วธ. 5.นายนิติ เนื่องจำนงค์ ที่ปรึกษา รมว.วธ. ดูแลและประสานงานร่วมกับศูนย์คุณธรรม และ 6.นายชัยธัช รัตนจันทร์ ที่ปรึกษา รมว.วธ. ดูแลและประสานงานร่วมกับหอภาพยนตร์
รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ วธ. ยังได้รับมอบนโยบายจากนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้แต่ละกระทรวงดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การดำเนินจัดหางานรองรับคนไทยที่กลับมาจากอิสราเอล โดยดูความเหมาะสมตามภารกิจของแต่ละกระทรวง การแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ภายในกระทรวงให้มีความโปร่งใส ไม่ให้มีการใช้เส้นสาย โดยให้มุ่งเน้นการประเมินที่ผลงานและความสามารถเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังเร่งให้ประชาสัมพันธ์ กิจกรรม โครงการ การดำเนินงานของ วธ. ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง เกี่ยวกับงานของภาครัฐ อาทิ เรื่อง Soft Power ที่ภาครัฐจะสนับสนุนให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น



