สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่า บริษัทไฟฟ้าโตเกียว (เทปโก) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ การปล่อยน้ำบำบัดระยะที่สาม ออกจากโรงไฟฟ้าลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันพฤหัสบดี โดยน้ำบำบัดระยะที่สาม จะมีปริมาณราว 7,800 ตัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 17 วัน


ทั้งนี้ การปล่อยน้ำบำบัดระยะที่หนึ่ง เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังเริ่มเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ตามด้วยการปล่อยน้ำบำบัดระยะที่สอง เสร็จสิ้นเมื่อปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา อนึ่ง น้ำบำบัดทั้งหมดที่เทปโกต้องการปล่อยลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก มีปริมาณมากกว่า 1.3 ล้านตัน อยู่ในอ่างเก็บ 1,020 แห่ง โดยปริมาณน้ำทั้งหมด เทียบเท่าสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกมากกว่า 500 สระ และต้องใช้เวลานานประมาณ 30 ปี เพื่อจัดการกับน้ำทั้งหมด


เทปโกยืนกรานว่า การปล่อยน้ำ “มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกระบวนการรื้อถอนโครงสร้างของโรงไฟฟ้า ที่จะต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษ ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนยังคงมีความกังวลว่า อ่างเก็บน้ำเหล่านี้ อาจได้รับความเสียหาย หากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งรุนแรงอีกในอนาคต


อย่างไรก็ตาม บรรดาประเทศเพื่อนบ้านยังคงไม่พอใจอย่างหนัก โดยเฉพาะจีน ซึ่งประกาศแบนอาหารทะเลทั้งหมดจากญี่ปุ่น ทันทีที่เทปโกเริ่มการปล่อยน้ำ ด้านทางการญี่ปุ่น เดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่ง ยกเลิกมาตรการดังกล่าว และในเวลาเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินมหาศาล เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงของประเทศ


นอกจากนี้ กลุ่มชาวประมงและประชาชนในจังหวัดฟุกุชิมะ ร่วมด้วยกรุงโตเกียวและอีก 4 จังหวัด ร่วมกันเป็นโจทก์รวม 151 รายการ ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดฟุกุชิมะ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ว่าการที่รัฐบาลญี่ปุ่นและเทปโก ดำเนินการปล่อยน้ำบำบัดออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่ ขอให้ศาลออกคำสั่งระงับการปล่อยน้ำทันที.

เครดิตภาพ : AFP