สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “มีความวิตกกังวลอย่างยิ่ง” ต่อการที่ศาลอุทธรณ์กัมพูชามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา ยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุก นายเกิม สุขา อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้าน และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) เป็นเวลา 27 ปี ในข้อหาขายชาติหรือกบฏ


ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ยืนยัน ข้อกล่าวหาที่ว่าสหรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้นั้น “เป็นเท็จและขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง” โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเคยประณามกระบวนการไต่สวน ว่าเป็น “ทฤษฎีสมคบคิดที่กุขึ้นมาเอง”


นอกจากนี้ สหรัฐกล่าวว่า การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่ม จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และสถานะของกัมพูชาในเวทีโลก ท่ามกลางเสียงประณามจากชาติตะวันตกต่อการดำเนินคดีมวลชนกับนักการเมืองฝ่ายค้านมากกว่า 100 คน ซึ่งหลายคนถูกตัดสินลับหลัง ให้รับโทษจำคุก


ด้านกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ ว่ารัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังรับแรงเสียดทานหนักจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ทั้งในประเด็นการละเมิดกระบวนการยุติธรรมและเสรีภาพในการแสดงออก จากการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงในมหาวิทยาลัย ปัญหานโยบายคนเข้าเมือง และการจัดการคู่แข่งทางการเมือง รวมถึงถูกมองว่ามีนโยบายต่างประเทศแบบจักรวรรดินิยมและใช้อำนาจในทางที่ผิด


ปัจจุบัน รัฐบาลกัมพูชาอยู่ภายใต้การนำของ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุตรชายของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดย พล.อ.ฮุน มาเนต ยืนยันว่า รัฐบาลพนมเปญไม่เคยมีมาตรการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง.

เครดิตภาพ : REUTERS