สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เยือนคาซัคสถาน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยได้รับการต้อนรับจากประธานาธิบดีคาสซิม โจมาร์ต-โทคาเยฟ ซึ่งมาครงกล่าวว่า ฝรั่งเศสมีความมุ่งมั่นในการยกระดับความร่วมมือกับคาซัคสถาน พร้อมทั้งขับเคลื่อนให้ความร่วมมือรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว


ขณะเดียวกัน มาครงกล่าวถึง “แรงกดดันและความยากลำบาก” ในทางภูมิศาสตร์การเมือง จากการที่คาซัคสถานมีพรมแดนติดกับทั้งจีนและรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศส “มีความยินดีและชื่นชม” ต่อการที่คาซัคสถาน สามารถรักษาจุดยืนของ “ความเป็นกลาง” ท่ามกลางความพยายามช่วงชิงอำนาจระหว่างประเทศขนาดใหญ่ และท่าทีของมหาอำนาจในภูมิภาค “ที่หลายครั้งคาดเดาไม่ได้”

ประธานาธิบดีคาสซิม โจมาร์ต-โทคาเยฟ ผู้นำคาซัคสถาน นำประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่ทำเนียบในกรุงอัสตานา


ด้านโทคาเยฟกล่าวว่า คาซัคสถาน “มุ่งมั่นเพิ่มแรงผลักดัน” ในความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส “ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในยุโรป” สำหรับคาซัคสถาน โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ เมื่อปีที่แล้ว มีมูลค่าราว 5,300 ล้านยูโร (ราว 202,393.74 ล้านบาท)


ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศลงนาม และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ข้อตกลงขยายขอบเขตความร่วมมือระดับทวิภาคีครอบคลุมหลายเรื่อง ตั้งแต่ที่เกี่ยวกับแร่ธาตุ ไปถึงเภสัชกรรม พลังงาน และอากาศยาน

ปัจจุบัน คาซัคสถานเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่ที่สุดของโลก และครองสัดส่วน 25% ของตลาดในยุโรป แต่หากวิเคราะห์อย่างเจาะจง พบว่าราว 40% ของยูเรเนียมที่ฝรั่งเศสใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ของประทเทศ นำเข้าจากคาซัคสถาน.

เครดิตภาพ : AFP