เมื่อวันที่ 17 เมษายน 69 พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา บูรณาการกำลังร่วม 3 ฝ่าย ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้น ทั้งในเขตเมืองและพื้นที่รอบนอก โดยให้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราและปฏิบัติการเชิงรุกตลอด 24 ชั่วโมง

มาตรการดังกล่าวประกอบด้วยการตั้งจุดตรวจแบบไม่ประจำที่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการสกัดกั้นผู้ต้องสงสัย การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายจราจรและสายตรวจป้องกันปราบปราม รวมถึงการตั้งจุดสกัดตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมปกปิดใบหน้า หรือมีลักษณะต้องสงสัย ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ เพื่อความสงบเรียบร้อยของพื้นที่โดยรวม

ขณะเดียวกัน ด่านตรวจสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ด่านท่าสาป ด่านหน้าเรือนจำยะลา และด่านสะเตง ในเขตเทศบาลนครยะลา ได้ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจค้นยานพาหนะทุกประเภท พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารประจำตัวของบุคคลที่เข้า-ออกพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการแฝงตัวของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

รายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงระบุว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายประมาณ 5 คน ก่อเหตุปล้นรถยนต์ราชการจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จำนวน 2 คัน ก่อนลำเลียงเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีการเผาทำลายบางส่วนของตัวรถ และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อำเภอสุคีริน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าอาจถูกนำไปดัดแปลงเป็นพาหนะประกอบระเบิด หรือ “คาร์บอมบ์” เพื่อก่อเหตุในพื้นที่

รถต้องสงสัยประกอบด้วยรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ และรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน 4 ประตู สีเทา-น้ำเงิน ซึ่งเป็นรถราชการของหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคมในพื้นที่อำเภอตาเนาะห์แมเราะห์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กำชับทุกหน่วยให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากพบรถต้องสงสัยห้ามเข้าตรวจสอบเพียงลำพัง ให้ปิดกั้นพื้นที่และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าดำเนินการตรวจสอบทันที

สำหรับกำหนดการของนายกรัฐมนตรีและคณะ ในช่วงเช้าจะเดินทางไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อมอบนโยบายด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด เศรษฐกิจ และการใช้งบประมาณ รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงรูปแบบใหม่

จากนั้นจะเดินทางไปยังบ้านศรียะลา ในเขตเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา เพื่อหารือข้อราชการเป็นการส่วนตัวกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โดยมีรายงานว่า นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.จังหวัดนราธิวาส จะเข้าร่วมพูดคุยในประเด็นด้านการเมืองและสถานการณ์มวลชนในพื้นที่ด้วย

ส่วนในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ความคืบหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข และคดีสำคัญต่าง ๆ ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดนราธิวาส ณ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก เพื่อประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาด่านพรมแดน และส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวไทย-มาเลเซีย

ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแบบบูรณาการใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและยาเสพติด ด้านความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรม และด้านการค้าชายแดน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน