เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. “ผอ.ฟ้า” ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี และประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีกับเพจอวตารเพจหนึ่ง ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
โดยพฤติกรรมดังกล่าวของเพจ ได้ลงเนื้อหาและข้อมูลพาดพิงในลักษณะกล่าวหาตนเองให้เสื่อมเสีย ในส่วนของเรื่องพระสมเด็จพุฒาจารย์โต (พรหมรังสี) ที่ตนเองศรัทธาเลื่อมใสเคารพบูชา จนมีแรงผลักดันให้สร้างพิพิธภัณฑ์สมเด็จพุฒาจารย์โตพรหมรังสี เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามากราบไหว้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เสาร์-อาทิตย์ พร้อมทั้งเปิดให้เช่าบูชาในราคาที่ถูกและจับต้องได้ เพื่อนำกลับไปบูชาหรือขึ้นคอเป็นสิริมงคลไว้คุ้มครอง
ดร.พรทิพา หรือ ผอ.ฟ้า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับเซียนพระบางใหญ่คนหนึ่งในข้อหาเดียวกัน เนื่องจากมีการนำคลิปตัดต่อของคุณยายท่านหนึ่งที่เคยมาเช่าพระชุดเบญจภาคีไปบูชา โดยเซียนพระคนดังกล่าวมีการพาดพิง ตัดต่อคลิป บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ซึ่งตนได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ต่อมาตนทราบว่า เพจอวตารเพจหนึ่งได้ลงข้อความอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงในทำนองที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายและเสียชื่อเสียง ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคม ทั้งทางพระพุทธศาสนา วัดวาอารามต่างๆ ตนก็บริจาคเงินทำนุบำรุงเพื่อใช้ในกิจการสงฆ์มาโดยตลอด เพราะคิดเสมอว่าเกิดมาทั้งทีก็ขอทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดินถิ่นเกิดให้ได้มากที่สุด
ส่วนการให้ความช่วยเหลือน้องหมาน้องแมวที่ประสบชะตากรรม ทั้งถูกทำร้ายหรือประสบอุบัติเหตุโดนรถชน ผอ.ฟ้า ก็คิดเสมอว่าต้องให้ความช่วยเหลือ ไม่จำกัดเฉพาะน้องหมาน้องแมวเท่านั้น แม้แต่สัตว์อื่นๆ ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน อย่างหมูหาดใหญ่ที่ว่ายน้ำหนีตายจากน้ำท่วม ปัจจุบัน ผอ.ฟ้า ก็นำมาดูแลคู่กับหมูป่า รวมถึงแมวจรจำนวนนับร้อยตัวก็รับมาดูแล จนขณะนี้แม้แต่นกยูงก็มีคนนำมามอบให้เลี้ยงจนเต็มคฤหาสน์ หมดเงินไปนับหลายสิบล้านบาท ซึ่งล่าสุดก็ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าไว้เพื่อรองรับน้องหมาแมวจรเพิ่มเติมด้วย

ต่อมาหลังจากสร้างพิพิธภัณฑ์สมเด็จพุฒาจารย์โตพรหมรังสีขึ้นแล้ว ก็ได้เปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบไหว้สักการะบูชา และเปิดโรงทานให้ผู้เข้าชมได้รับบุญกันถ้วนหน้า สำหรับ ผอ.ฟ้า หรือ ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล ภายหลังได้สร้างผลงานคุณงามความดีช่วยเหลือสัตว์ด้วยเงินส่วนตัวจนได้รับขนานนามว่า “นางฟ้าของหมาแมว” ทำให้เกิดแรงผลักดันขอจดทะเบียนก่อตั้ง “มูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข” โดยดำรงตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิ เพื่อให้การช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
แต่เมื่อความตั้งใจที่จะทำความดีในทุกๆ ด้าน กลับถูกเพจอวตารไร้จรรยาบรรณอย่างเพจอวตารดังกล่าวมาลงข้อมูลกล่าวหาให้ร้ายป้ายสีจนได้รับความเสียหาย ตนจึงขอเรียกร้องความยุติธรรมคืน และขอตั้งเงินรางวัลจำนวน 200,000 บาทด้วยเงินสด สำหรับผู้ที่ตามหาตัวแอดมินหรือเจ้าของเพจดังกล่าวได้ เพื่อกอบกู้ความตั้งใจในการทำความดีของตนกลับคืนมา และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่น ตนจึงตัดสินใจเดินหน้าอย่างจริงจังที่จะเอาผิดและดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ ซึ่งไม่เคยสร้างคุณงามความดีใดๆ ให้กับสังคมด้วยซ้ำไป
ล่าสุด เพจเซียนพระชื่อดังย่านบางบัวทองที่เคยลงข้อมูลในลักษณะเดียวกัน ได้ออกมาโพสต์แก้ไขและชื่นชมในตัว ผอ.ฟ้า เนื่องจากพบความจริงว่า ผอ.ฟ้า มีผลงานในเรื่องของการช่วยเหลือน้องหมาน้องแมว ตลอดจนเดินสายทำบุญมอบเงินช่วยเหลือวัดวาอาราม ทำนุบำรุงศาสนา และยังได้เดินหน้ามอบพร้อมติดตั้งไฟโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียนหลายแห่งในถิ่นทุรกันดาร มีผลงานประจักษ์มากมาย จนมีคำพูดที่ติดปากจาก ผอ.ฟ้า หรือ ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล ว่า “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”



