เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการมอบนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ช่วงหนึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต รายงานถึงสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จากนั้นนายกฯ กล่าวถามนายนิรัตน์ ผ่านการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า “ไหนใครจะปลดท่าน” ซึ่ง ผวจ.ภูเก็ต ตอบกลับว่า “มีท่านนายกฯ ย้ายผมได้คนเดียวครับ”
นายกฯ ได้อ่านโพสต์จากโซเชียล ที่มีหลายบัญชีผู้ใช้โพสต์ระบุข้อความต่าง ๆ อาทิ “ที่หลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนิทรอง ผวจ. บุกรุก ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ เหมือนหมาหวงชามข้าว ถูกทีมงานรอง ผวจ. บุกรุก รองซีฟู้ดขี้โม้จะย้าย ผวจ.ภูเก็ต วัดพลัง ผวจ.ภูเก็ต กับรองซีฟู้ด ใครไปก่อนกัน แบ็คใครใหญ่กว่ากัน”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้เชื่อ แต่ถือว่าที่ใดมีควัน ที่นั่นมีไฟ และได้มอบนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หากมีคนเหล่านั้นในองค์กรของเราจะทำอย่างไร นิ้วหนึ่งชี้ไปที่คนอื่น 3 นิ้วชี้ทิ่มเข้าตัว แบบนี้อายเขา
จากนั้นที่นายกฯ กล่าวถามหา “รองซีฟู้ด” ว่าอยู่ที่ประชุมหรือไม่ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า ตนไม่รู้จัก ทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องถามย้ำ และว่า “มันมีข่าวทุกครั้งท่านรู้สึกอย่างไร ผลกระทบเกิดกับจังหวัด หากไม่เคยทำ ท่านก็ชี้แจงมา ท่านนายกฯ ก็พร้อมฟังอยู่” แต่ถามหลายครั้งก็ไม่มีใครแสดงตัว เมื่อถามนายนิรัตน์ ผวจ.ภูเก็ต เขาแจ้งว่า รอง ผวจ. เข้าครบ และขอให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ปลัดกระทรวงยังได้ถามย้ำหารอง ผวจ. ที่ชื่อเป็นสัตว์ทะเล นายกฯ ได้กล่าวแทรกเข้ามาว่า “ชื่อกุ้งใช่ไหม” ก่อนที่รอง ผวจ.กุ้ง จะชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนชื่อกุ้งเหมือนกับรอง ผวจ. อีกคนหนึ่ง ซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ตนขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสารให้นายกฯ เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล นายอนุทินจึงขอให้ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวง โดยยังคงย้ำว่ารอง ผวจ. จะใช้สิ่งใดไปปลด ผวจ. การพูดถึงสิ่งแบบนี้เหมือนเป็นอากาศธาตุ
“คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 ของแบบนี้พูดไปอายเขาด้วย เราเป็นข้าราชการ นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดด้วยเอง และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมสนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และต้องไม่เกิดในกระทรวงมหาดไทย” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “รอง ผวจ.ซีฟู้ด” ที่นายอนุทินถามหา หรือ “รอง ผวจ.กุ้ง” คือ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้มีบรรยากาศตึงเครียดในการประชุมที่ผ่านมา แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามกลุ่มอันธพาล และผู้มีอิทธิพลอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด หลังได้รับรายงานว่ามีการดำเนินคดีไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่ปัญหายังไม่หมดไป อีกทั้งยังมีการข่มขู่พยาน จนบางรายกลับคำให้การ เพราะเกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มดังกล่าว จึงได้ย้ำให้ ผวจ.ภูเก็ต เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่าง ผวจ.ภูเก็ต กับรอง ผวจ. นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า ไม่มีปัญหา และปลัดกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการทุกอย่างตามความเหมาะสม โดยไม่ปล่อยให้การทำงานติดขัด เพราะปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
เมื่อถามต่อถึงข่าวที่ว่า รอง ผวจ. ขู่จะย้าย ผวจ. นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะผู้มีอำนาจเสนอการย้าย ผวจ. คือปลัดกระทรวงมหาดไทย และต้องได้รับความเห็นชอบจาก รมว.มหาดไทย ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงขออย่าให้ความเชื่อถือหรือให้น้ำหนักกับข่าวลักษณะดังกล่าว หากมีรอง ผวจ. คนใดไปกล่าวอ้างว่าตนมีอำนาจเหนือ ผวจ. หรือสามารถย้าย ผวจ. ได้ ก็ถือเป็นเรื่องน่าขบขันเท่านั้น
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ของอธิบดีกรมการปกครอง นายอนุทิน กล่าวเพียงว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอน



