เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลในคดีฟอเร็กซ์ ว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จับกุม น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ของบริษัท คิวอาร์เอส ขณะนี้ได้นำตัวมาดีเอสไอเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ถือเป็น 1 ใน 2 หมายจับที่ศาลได้อนุมัติ ซึ่งตอนนี้จับกุมครบ 2 คนแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.มัลลิกา ถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญเลยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เป็นโบรกเกอร์ของคิวอาร์เอส ถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่เราจะได้ทำการสอบสวนต่อไป 

เมื่อถามว่า มีบุคคลต้องติดตามตัวอีกหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตอนนี้เราได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับครบแล้ว ส่วนการสอบสวนทางดีเอสไอมีการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลที่ต้องจับกุมเพิ่ม มีเพียงที่ดีเอสไอจะต้องออกหมายเรียกมาสอบสวนและสอบปากคำ รวมถึงตัวนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน 

เมื่อถามว่า กรณีนายภาวุธจะต้องเร่งดำเนินการหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า คงเป็นไปตามขั้นตอนของดีเอสไอว่าจะเรียกส่วนไหนมาสอบก่อนหรือสอบหลัง 

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีการหลบหนีใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เชื่อว่าไม่หลบหนี เพราะนายภาวุธเองพร้อมเข้ามายืนยันข้อเท็จจริง และดีเอสไอน่าจะเรียกมาสอบในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะดีเอสไอต้องสอบสวนผู้ต้องหาต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วอยู่แล้ว  

เมื่อถามย้ำว่า จากที่คุยกับดีเอสไอ หลักฐานไปถึงนายภาวุธหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องรายละเอียดไม่ทราบจริงๆต้องถามดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวถามว่า 22 คนที่ดีเอสไอออกหมายเรียกยืนยันจะเข้ามาให้ปากคำครบทุกคนใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ในเมื่อศาลไม่อนุมัติหมายจับ เราก็ต้องออกหมายเรียก แต่ถ้าเรียกไปแล้วจะมาเลยหรือไม่ ตนคิดว่าขึ้นอยู่ที่บุคคลที่ได้รับหมายเรียก ส่วนจะเรียกครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 2 คงมีกรอบเวลา 

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าเหตุใดดีเอสไอจึงขอออกหมายจับเลย พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เพราะเป็นเงื่อนไขของกฎหมายที่สามารถออกได้ แต่ตนเชื่อว่า ต้องมีพยานหลักฐานพอสมควรจึงขอศาลอนุมัติออกหมายจับ