เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการจัดงานแถลงข่าว ปลูกถ่ายตับสําเร็จเป็นรายแรก (Liver Transplantation) ของโรงพยาบาลในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขขึ้น โดยมี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมด้วย นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, แพทย์หญิงกันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์, แพทย์เจ้าของเคส ร่วมกันแถลงข่าว โดยมี รองนายแพทย์สาธารณสุข, ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ร่วมรับฟัง และเปิดศูนย์ความเป็นเลิศด้านผ่าตัดปลูกถ่ายตับ
สำหรับการปลูกถ่ายดังกล่าว ผู้ป่วยเป็นหญิงไทยอายุ 53 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ป่วยมีอาการปวดจุกแน่นท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง แพทย์วินิจฉัย เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ (Autoimmune Hepatitis) และโรคตับระยะสุดท้าย ได้ขึ้นทะเบียนปลูกถ่ายตับ วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เข้ารับการปลูกถ่ายตับในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569 ระยะเวลารอคอยปลูกถ่ายตับ 3 เดือน สามารถจำหน่ายกลับบ้านโดยทีมแพทย์อนุญาตในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 ระยะเวลานอนโรงพยาบาล 14 วัน โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัด

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบงานปลูกถ่ายอวัยวะเพื่อมุ่งสู่ “ศูนย์ความเป็นเลิศด้าน Hepatobiliary & Liver Transplantation” โดยบูรณาการและลงนามความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566 เพื่อร่วมพัฒนาการผ่าตัดดูแลรักษาผู้ป่วยปลูกถ่ายตับอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านการบริการรักษา วินิจฉัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างสะดวก ใกล้บ้าน ลดความเหลื่อมล้ำ ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยการปลูกถ่ายตับที่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้เกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในนามบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข ขอแสดงความเคารพและขอบคุณอย่างยิ่งต่อผู้บริจาคอวัยวะและครอบครัวของผู้ให้ทุกท่าน เพราะการให้ของท่านได้เปลี่ยนความสูญเสียให้กลายเป็นความหวังและได้มอบโอกาสของชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยอีกหลายชีวิต ขอแสดงความยินดีกับผู้ป่วยและครอบครัวที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตและขอขอบคุณผู้บริจาคอวัยวะซึ่งเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ที่ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับผู้อื่น และขอเชิญชวนผู้มีจิตอันเป็นกุศลแจ้งความจำนงบริจาคอวัยวะมอบโอกาสของชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยอีกหลายชีวิตซึ่งเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ ความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การขยายบริการการปลูกถ่ายตับและอวัยวะอื่นๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนคนไทยทุกคน



