สัปดาห์ที่แล้ว โรเบิร์ต คาร์ด บุกเข้าไปในโรงโบว์ลิงและบาร์แห่งหนึ่งในเมืองลูอิสตัน รัฐเมน ยิงกราดใส่ผู้คนในสถานที่ดังกล่าว ก่อนที่เขาจะใช้ปืนปลิดชีวิตตัวเองในอีก 2 วันต่อมา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการเผยแพร่บันทึกหมายจับตัวโรเบิร์ต คาร์ด ซึ่งเปิดเผยถึงแรงจูงใจที่เป็นไปได้ในการก่อเหตุของ คาร์ด หลายประการ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ไม่ปกติอย่างรุนแรงของเขาและความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวกับหญิงคนหนึ่งที่เขาพบในบาร์ที่เขาบุกเข้าไปก่อเหตุสังหารหมู่

สมาชิกในครอบครัวของ คาร์ด ซึ่งได้รับการปกปิดชื่อจริง ให้ข้อมูลว่า คาร์ด เพิ่งยุติความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งเมื่อเดือน ก.พ. และเขาทำใจยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ รวมทั้งเริ่มมีอาการเห็นภาพหลอน

สุขภาพของ คาร์ด เริ่มทรุดลงหลังจากที่เขาเลิกกับแฟนสาว น้ำหนักตัวของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งเพราะอาการป่วย แต่เขาไม่ยอมรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง นอกจากนี้เขายังเริ่มนำอุปกรณ์ช่วยฟังสำหรับคนหูหนวกมาสวมและเริ่มพูดจาเลอะเลือนหลายเรื่อง รวมทั้งมีความคิดว่าคนอื่น ๆ รวมหัวกันกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกใคร่เด็ก

โรเบิร์ต คาร์ด มือปืนกราดยิงในรัฐเมน

คาร์ด เชื่อว่าตลาดและสถานที่เที่ยวกลางคืนคือจุดที่มีการกระจายข่าวออนไลน์ที่กล่าวหาเขาแบบผิด ๆ อีกทั้งยังเชื่อว่าครอบครัวของเขาเองก็ร่วมมือกับกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย

คาร์ด พบกับอดีตแฟนสาวในระหว่างการแข่งขันโยนถุงถั่วซึ่งจัดขึ้นที่เชเมนจี บาร์ แอนด์ กริลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เขาลงมือก่อเหตุ นอกจากนี้ในวันที่เขาเข้าไปในบาร์ดังกล่าวเพื่อล่าตัวเจ้าของ ในบาร์ก็กำลังมีการแข่งขันโยนถุงถั่วของกลุ่มผู้พิการด้านการได้ยินพอดี 

ในสัปดาห์ก่อนหน้าเหตุการณ์กราดยิงในรัฐเมน สำนักงานนายอำเภอเขตซากาดาฮอคเคาน์ตีเคยประกาศแจ้งเตือนเรื่องสภาพจิตที่น่าเป็นห่วงของ คาร์ด แล้วยังเจอว่าเขาข่มขู่ที่จะออกมาไล่ยิงคน 

ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อดีตภรรยาและลูกชายของ คาร์ด เคยแจ้งไปยังสำนักงานนายอำเภอว่า คาร์ด ดื่มจัด มีอาการหวาดระแวงและหยิบปืนพกกับปืนไรเฟิลหลายสิบกระบอกไปจากบ้านของน้องชายของเขา

สองเดือนหลังจากนั้น ตำรวจนำตัว คาร์ด ไปส่งยังโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อรับการบำบัด 2 สัปดาห์ หลังจากที่เพื่อนในกลุ่มทหารกองหนุนของเขารายงานว่า คาร์ด มีอาการ “หูแว่ว” ว่าหลายคนพูดจาดูถูกและกล่าวหาว่าเป็นพวกใคร่เด็ก ในระหว่างงานฝึกทหารที่เวสต์พอยต์ รัฐนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่อาวุโสจึงสั่งห้ามเขาจากการแตะต้องอาวุธปืนและระเบิดในฐานทัพที่เขาสังกัดอยู่ในรัฐเมน รวมทั้งพยายามจูงใจให้เขาเกษียณตัวเองออกจากการเป็นทหารกองหนุนเพื่อเข้ารับการบำบัดทางจิต

ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อนในกลุ่มทหารกองหนุนเล่าว่า ระหว่างที่พวกเขากำลังขับรถกลับออกจากกาสิโนแห่งหนึ่ง คาร์ด ก็เริ่มบ่นและด่าว่าเป็นชุด รวมถึงชกต่อยกับเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง นอกจากนี้เขายังขู่ว่าจะบุกเข้าไปยิงคนในอาคารทำการของกองกำลังทหารประจำรัฐเมน ทางกองทัพได้แจ้งไปยังสำนักงานนายอำเภอเขตซากาดาฮอคเคาน์ตีเพื่อให้ตรวจสอบ คาร์ด โดยให้เหตุผลว่าหน่วยงานมีความกังวลว่า คาร์ด มีแนวโน้มที่จะ “นอตหลุด” และลงมือกราดยิงฝูงชนได้

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานนายอำเภอเคยเข้าไปที่รถบ้านของเขา แต่ไม่พบตัว จึงได้ออกประกาศเตือนไปยังตำรวจและหน่วยงานรักษากฎหมายในรัฐเมนเพื่อตามหาตัวเขาให้เจอ 

ในวันต่อมา ทีมเจ้าหน้าที่กลับไปที่รถบ้านของ คาร์ด อีกครั้ง พวกเขาสังเกตเห็นรถซูบารุสีขาวของเขาจอดอยู่ด้านนอกและได้ยินเสียงคนเคลื่อนไหวอยู่ในรถบ้าน แต่ คาร์ด ไม่ยอมเปิดประตู ขณะที่ผู้บังคับการประจำหน่วยที่ คาร์ด สังกัดอยู่ แนะนำให้เจ้าหน้าที่กลับไปก่อน และต่อมา ประกาศแจ้งเตือนให้จับตามอง คาร์ด ก็ถูกยกเลิกไปในวันที่ 18 ต.ค. 2566 โดยไม่มีการแจ้งเหตุผล

เด็ก ๆ ร่วมกันวางไม้กางเขนเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์กราดยิงเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2566 ที่บาร์เชเมนจี แอนด์ กริลล์ เมืองลูอิสตัน รัฐเมน

ในสัปดาห์ต่อมา คาร์ด ลงมือก่อเหตุสังหารหมู่สุดสะเทือนขวัญคนอเมริกันที่บาร์และโรงโบว์ลิงในเมืองลูอิสตัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 คนเป็นอย่างน้อย

เครดิตภาพ : AFP