สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ประกาศการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ ในบาห์เรน คูเวต จอร์แดน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และโอมาน เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีของกองทัพสหรัฐ
Footage of the IRGC Navy and Aerospace Force's pre-dawn retaliatory strikes on US positions in the region.
— Press TV ???? (@PressTV) July 12, 2026
Follow: https://t.co/mLGcUTS2ei pic.twitter.com/1QH7bPWrA9
ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า “ยุคของข้อตกลงฝ่ายเดียวสิ้นสุดลงแล้ว” พร้อมย้ำว่า อิหร่านเคยเตือนสหรัฐให้ปฏิบัติตามคำมั่น หากไม่ทำก็จะต้อง “ชดใช้” และเสริมว่า “ความจริงกำลังมาเคาะประตู”
The era of one-sided deals is OVER. We told you: keep your word or pay the price. Reality is knocking. pic.twitter.com/B97ogCYGaj
— محمدباقر قالیباف | MB Ghalibaf (@mb_ghalibaf) July 12, 2026
ขณะเดียวกัน กาลีบาฟแนบภาพ มาตรา 5 ของบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการกลับมาเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเน้นข้อความที่ระบุว่า “อิหร่านจะเป็นผู้จัดเตรียมมาตรการที่เกี่ยวข้อง”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ในประเด็นการควบคุมและการบริหารจัดการการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นชนวนของการปะทะทางทหารระลอกล่าสุดระหว่างทั้งสองฝ่าย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



